โซลูชันความปลอดภัยเครือข่ายที่ช่วยให้ธุรกิจได้รับการปกป้อง
ปัจจุบัน ข้อมูลของธุรกิจมีการเคลื่อนย้ายระหว่างสำนักงาน บ้าน อุปกรณ์ส่วนตัว และแอปคลาวด์ ซึ่งเพิ่มโอกาสในการถูกโจมตีได้มากขึ้น โซลูชันความปลอดภัยเครือข่ายประกอบด้วยเครื่องมือต่างๆ ตั้งแต่ไฟร์วอลล์ไปจนถึง VPN ที่ปลอดภัย เช่น Proton VPN เพื่อล็อกการเชื่อมต่อเหล่านี้และรักษาความปลอดภัยให้ธุรกิจโดยไม่ทำให้ผู้ใช้ทำงานช้าลง
โซลูชันความปลอดภัยเครือข่ายที่เหมาะสมจะช่วยธุรกิจในการ:
ปกป้องข้อมูลในทุกการเชื่อมต่อ
ปกป้องสำนักงานและการเข้าถึงจากระยะไกลให้ปลอดภัย
ลดความเสี่ยงในการใช้ WiFi สาธารณะ
ช่วยให้การจัดการความปลอดภัยเครือข่ายเป็นเรื่องง่ายขึ้น

โซลูชันความปลอดภัยเครือข่ายคืออะไร?
เมื่อข้อมูลมีการเคลื่อนย้ายระหว่างบุคคล อุปกรณ์ ตำแหน่ง และแอปพลิเคชั่น ข้อมูลนั้นจะมีความเสี่ยงต่อการถูกดักฟัง โซลูชันความปลอดภัยเครือข่ายคือเครื่องมือและบริการที่ใช้เพื่อปกป้องทุกสิ่งที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย
โซลูชันความปลอดภัยเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือผู้นำในอุตสาหกรรม จะมุ่งเน้นไปที่หลักการสำคัญเดียวกัน ได้แก่:
- การควบคุมผู้ที่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์?
- การกำหนดสิ่งที่สามารถเข้าถึงได้
- การตรวจสอบและเข้ารหัสทราฟฟิก
ความปลอดภัยเครือข่ายที่แข็งแกร่งจะช่วยสกัดกั้นบุคคลและอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต และช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเชื่อมต่อได้อย่างปลอดภัย

เหตุใดการสร้างความปลอดภัยเครือข่ายให้ถูกต้องจึงเป็นเรื่องยาก
จุดเข้าใช้งานที่ง่ายที่สุดในเครือข่ายคือข้อมูลยืนยันตัวตน เมื่อบัญชีถูกโจมตี ผู้บุกรุกสามารถใช้บัญชีนั้นเป็นช่องทางในการเข้าถึงเครื่องมืออื่นๆ ยกระดับสิทธิ์การใช้งาน และขยายขอบเขตการเข้าถึงโดยไม่เป็นที่สังเกต
Proton Pass ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถจัดการข้อมูลยืนยันตัวตนที่ทีมงานใช้งานในแต่ละวันได้ ด้วยระบบจากต้นทางถึงปลายทางและการเข้ารหัสลับแบบเข้าถึงเป็นศูนย์ในตัว ช่วยให้องค์กรปลอดภัยอยู่เสมอโดยไม่ต้องใช้ความพยายามเพิ่มเติมใดๆ
เครือข่ายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสถานที่เดียวอีกต่อไป
การทำงานไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในสำนักงานแห่งเดียวอีกต่อไป ในปัจจุบัน การทำงานจากระยะไกล หมายถึงพนักงานสามารถเข้าถึงระบบงานได้จากพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Coworking space) เครือข่ายในบ้าน หรือบน WiFi สาธารณะที่ไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ พนักงานอาจเช็กอีเมลหรือเข้าถึงข้อมูลและเครือข่ายของบริษัทบนแล็ปท็อปส่วนตัวได้เช่นกัน แต่ละสถานที่และอุปกรณ์เพิ่มช่องทางให้ผู้บุกรุกพยายามเข้าถึงระบบของบริษัทมากขึ้น
การขาดการกำกับดูแลทำให้เกิดจุดบอด
อาจมีการใช้งานไฟร์วอลล์ ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส เครื่องมือเข้าถึงคลาวด์ และ VPN สำหรับธุรกิจ อยู่แล้ว แต่หากเครื่องมือเหล่านั้นไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ดี ก็อาจทำให้พลาดสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาตได้ สิ่งนี้อาจทำให้การจัดการความปลอดภัยเครือข่ายมีความยุ่งเหยิง แม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งในทางทฤษฎีก็ตาม
การจัดการความปลอดภัยที่ไม่มีประสิทธิภาพทำให้การทำงานช้าลง
เมื่อระบบรักษาความปลอดภัยดูเชื่องช้าหรือน่าสับสน ผู้คนก็มักจะหาทางลัด พนักงานอาจบันทึกไฟล์ลงในคลาวด์ไดรฟ์ส่วนตัว หรือข้ามการใช้ VPN เมื่อรู้สึกว่ามีความยุ่งยากมากเกินไป
การทำงานแบบไฮบริดเพิ่มความกดดันในระยะยาว
ปัจจุบันการทำงานแบบไฮบริดได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการทำงานของหลายๆ ทีม นั่นหมายความว่า แนวทางในการจัดการความปลอดภัยเครือข่ายจำเป็นต้องสนับสนุนการเข้าถึงจากระยะไกลและการเข้าใช้งานในพื้นที่ในระยะยาว
โซลูชันความปลอดภัยเครือข่ายประเภททั่วไป
หลายทีมอาจกำลังใช้งานเครื่องมือเหล่านี้อยู่แล้ว แต่เพียงแค่ไฟร์วอลล์หรือซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไปในการปกป้องธุรกิจขนาดเล็กหรือรักษาความปลอดภัยเครือข่ายระดับองค์กร
ไฟร์วอลล์ยุคใหม่ (NGFW)
ไฟร์วอลล์จะทำหน้าที่กำหนดว่าทราฟฟิกใดที่สามารถป้อนเข้าหรือออกได้ โดยอิงตามกฎที่กำหนดไว้ เช่น ตัวกรองเว็บที่มุ่งเน้นไปที่เว็บไซต์และแอปออนไลน์
ไฟร์วอลล์ยุคใหม่ (NGFW) สามารถทำได้มากกว่านั้น สามารถตรวจดูว่าทราฟฟิกนั้นมาจากผู้ใช้และแอปใด พร้อมทั้งสามารถสแกนหาภัยคุกคามได้แบบเรียลไทม์
ซึ่งจะช่วยบล็อกแฮกเกอร์ที่สแกนเครือข่าย หยุดยั้งการเชื่อมต่อขาเข้าที่ไม่ต้องการ และป้องกันไม่ให้พนักงานเข้าถึงเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายหรือเว็บไซต์หลอกลวง
การควบคุมการเข้าถึงเครือข่าย (NAC)
การควบคุมการเข้าถึงเครือข่าย (NAC) จะตรวจสอบอุปกรณ์แต่ละเครื่องที่ขอเชื่อมต่อโดยใช้ที่อยู่ MAC หรือใบรับรองดิจิทัล และจะอนุญาตเฉพาะอุปกรณ์ที่ผ่านการอนุมัติเท่านั้น
โซลูชันนี้ทำงานได้ดีเป็นพิเศษหากทุกคนอยู่ในสำนักงานและใช้งานแล็ปท็อปกับโทรศัพท์ที่ได้รับการจัดการ อย่างไรก็ตาม บริการคลาวด์และอุปกรณ์ส่วนตัวที่ใช้สำหรับการทำงานจากระยะไกลนอกสำนักงานอาจอยู่นอกขอบเขตการตรวจสอบ
ในกรณีเหล่านี้ มักจะมีการรวม NAC เข้ากับเครื่องมือต่างๆ เช่น VPN สำหรับธุรกิจ และการเข้าถึงตามข้อมูลระบุตัวตน เพื่อช่วยให้การเชื่อมต่อภายนอกปลอดภัยยิ่งขึ้น
VPN สำหรับการเข้าถึงระยะไกล
เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการดักฟังบน WiFi สาธารณะหรือ WiFi ที่ใช้งานร่วมกัน VPN จะเข้ารหัสทราฟฟิกจากอุปกรณ์ของพนักงาน ไม่ว่าจะเชื่อมต่อจากที่ใดก็ตาม ข้อมูลจึงยังคงเป็นส่วนตัวเสมอ แม้จะอยู่บน เครือข่ายสาธารณะ(หน้าต่างใหม่) ที่มีความเสี่ยงตามร้านกาแฟ สนามบิน หรือโรงแรม
ระบบป้องกันการบุกรุก (IPS)
เมื่อพบช่องโหว่ใหม่ ผู้โจมตีจะดำเนินการอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีการปล่อยตัวแก้ไขออกมารับมือ ระบบป้องกันการบุกรุก (IPS) สามารถทำหน้าที่เป็นตาข่ายนิรภัยได้โดยการตรวจจับการโจมตีเหล่านั้นตั้งแต่เนิ่นๆ และบล็อกไว้ที่ระดับเครือข่าย
การเข้าถึงเครือข่ายแบบ Zero-trust (ZTNA)
เพียงเพราะผู้ใช้หรืออุปกรณ์อยู่บนเครือข่าย ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเชื่อถือสิ่งนั้นเสมอไป ด้วยการเข้าถึงเครือข่ายแบบ Zero-trust (ZTNA) คำขอเข้าถึงทุกรายการจะได้รับการตรวจสอบทุกครั้ง
จะได้รับสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะแอปและข้อมูลที่จำเป็นสำหรับบทบาทหน้าที่เท่านั้น โดยไม่มีสิ่งอื่นเพิ่มเติม วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้รหัสผ่านที่ถูกขโมยหรืออุปกรณ์ที่สูญหายสามารถเข้าถึงเครือข่ายทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์
การแบ่งเซกเมนต์เครือข่าย
การแบ่งเซกเมนต์เครือข่ายจะแบ่งเครือข่ายออกเป็นโซนขนาดเล็กที่ควบคุมได้ เกตเวย์ขอบเขตจะทำหน้าที่เป็นทางเข้าหลักที่ได้รับการควบคุมระหว่างเครือข่ายขององค์กรและเว็บ ภายในระบบ สามารถสร้างเซกเมนต์แยกต่างหากสำหรับการเงิน ฝ่ายบุคคล และการเข้าถึงของผู้มาเยือนได้
Proton VPN ช่วยให้สามารถส่งทีมต่างๆ ไปยังเกตเวย์ VPN ที่แตกต่างกัน ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังเฉพาะส่วนของเครือข่ายที่ทีมเหล่านั้นจำเป็นต้องใช้เท่านั้น จึงช่วยจำกัดการเข้าถึงระบบที่ละเอียดอ่อน และลดความเสียหายหากมีบัญชีหรืออุปกรณ์ใดถูกโจมตี
Secure Access Service Edge (SASE)
Secure access service edge (SASE) คือบริการคลาวด์ที่รวมระบบเครือข่ายและเครื่องมือความปลอดภัย เช่น ไฟร์วอลล์ การกรองเว็บ และการเข้าถึงแบบ zero-trust ไว้ในที่เดียวกัน Proton VPN สามารถเชื่อมต่อเข้ากับการตั้งค่าในรูปแบบ SASE เพื่อทำหน้าที่เป็นเส้นทางที่เข้ารหัสซึ่งผู้ใช้ใช้เชื่อมต่อผ่านเข้ามาได้
ความปลอดภัยของ Wi-Fi
นอกจากนี้ ควรปกป้องจุดเข้าใช้งานแบบไร้สายด้วยการตั้งค่าเครือข่าย Wi-Fi สำหรับผู้มาเยือน การสร้าง รหัสผ่านที่คาดเดายาก และการรักษามาตรฐาน Wi-Fi ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ วิธีนี้สามารถช่วยป้องกันการแอบดูทั่วไปและการโจมตีขั้นพื้นฐานไม่ให้เข้าถึงข้อมูลของบริษัทได้
การปกป้อง DNS, อีเมล และเว็บ
การบล็อกลิงก์และโดเมนที่เป็นอันตรายจะช่วยลดโอกาสที่พนักงานจะตกเป็นเหยื่อของหน้าการเข้าสู่ระบบปลอม เว็บไซต์หลอกลวง และมัลแวร์ที่ซ่อนอยู่ในลิงก์ แนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยของอีเมลที่รัดกุมสามารถลดความเสี่ยงจาก อีเมลฟิชชิ่ง ที่มุ่งขโมยรหัสผ่าน หรือการเปิดไฟล์แนบที่มีมัลแวร์ได้
การเข้ารหัสข้อมูล
เครื่องมืออย่าง Proton VPN จะสร้างอุโมงค์ที่เข้ารหัสสำหรับทราฟฟิก ดังนั้นแม้ว่าจะมีผู้ที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายท้องถิ่นได้ แต่ก็จะไม่สามารถอ่านข้อมูลที่เข้ารหัสได้ วิธีนี้สามารถช่วยป้องกันไม่ให้ไฟล์ที่ละเอียดอ่อนถูกขโมยหรือแชร์โดยไม่ได้ตั้งใจ หรือป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลเมื่ออุปกรณ์สูญหายหรือถูกขโมย
วิธีการผสานรวม Proton VPN เข้ากับเทคโนโลยีความปลอดภัยเครือข่าย
VPN สำหรับธุรกิจที่ปลอดภัยจะทำงานร่วมกับเครื่องมือต่างๆ เช่น ไฟร์วอลล์และตัวกรองเว็บ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการจัดการความปลอดภัยเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานนอกสำนักงาน
เข้ารหัสทุกการเชื่อมต่อ
เปิดใช้งานการเชื่อมต่ออัตโนมัติ เพื่อให้ทราฟฟิกจากแล็ปท็อปและโทรศัพท์ได้รับการเข้ารหัสเมื่อใช้งาน Wi-Fi ที่บ้าน ที่ทำงาน และ Wi-Fi สาธารณะ วิธีนี้จะช่วยให้การเข้าสู่ระบบ ไฟล์ และเครื่องมือภายในปลอดภัยจากการสอดส่องดูแล

กำหนดเส้นทางทราฟฟิกผ่านเกตเวย์ที่ปลอดภัย
ส่งทราฟฟิกของพนักงานผ่านเกตเวย์ Proton VPN ที่ควบคุมได้ จากจุดนั้น สามารถส่งทราฟฟิกดังกล่าวผ่านไฟร์วอลล์ ตัวกรองเว็บ และเครื่องมือตรวจสอบที่มีอยู่ โดยใช้กฎเดียวกันนี้สำหรับทั้งผู้ใช้ในสำนักงานและผู้ใช้ระยะไกล

แบ่งส่วนการเข้าถึงตามทีมและตำแหน่งที่ตั้ง
ตั้งค่าเกตเวย์ของทีมและรายการ IP ที่อนุญาต เพื่อให้ฝ่ายการเงิน วิศวกรรม ฝ่ายสนับสนุน และผู้รับเหมาภายนอกสามารถเข้าถึงได้เฉพาะส่วนของเครือข่ายที่จำเป็นเท่านั้น

ใช้การเข้าสู่ระบบที่ปลอดภัยและการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย
Proton VPN for Business สามารถทำงานร่วมกับ Proton Pass, Proton Authenticator และผู้ให้บริการข้อมูลระบุตัวตนยอดนิยมอย่าง Google และ Okta ได้ การเข้าสู่ระบบยังคงง่ายดายสำหรับพนักงาน ในขณะที่การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัยช่วยเพิ่มการปกป้องอีกขั้น

กำหนดกฎสำหรับอุปกรณ์ส่วนตัวและอุปกรณ์ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแล
ใช้นโยบายและกลุ่มเพื่อจำกัดอุปกรณ์และปลายทางที่พนักงานสามารถใช้งานผ่าน VPN ได้ วิธีนี้จะช่วยลดโอกาสที่อุปกรณ์ส่วนตัวที่มีความเสี่ยงจะเข้าถึงระบบที่ละเอียดอ่อน

ตรวจสอบและปรับเปลี่ยนการเข้าถึงตามเวลาที่เปลี่ยนไป
ใช้เครื่องมือผู้ดูแลระบบส่วนกลางของ Proton VPN เพื่อตรวจสอบการใช้งานเกตเวย์และปรับเปลี่ยนกลุ่มตามการเปลี่ยนแปลงของโปรเจกต์

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับโซลูชันความปลอดภัยเครือข่าย
เข้ารหัสทุกการเชื่อมต่อ
อุปกรณ์ใดๆ ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายธุรกิจควรผ่านอุโมงค์ที่เข้ารหัสก่อนเป็นอันดับแรก วิธีนี้จะช่วยปกป้องการเข้าสู่ระบบ เครื่องมือภายใน และไฟล์จากการสอดส่องดูแล
Proton VPN ช่วยตั้งค่าส่วนนี้ให้เป็นค่าเริ่มต้นได้ โดยให้บริการแอปที่ใช้งานง่ายสำหรับพนักงานเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อได้ในไม่กี่คลิก
ไม่เชื่อถือการเชื่อมต่อใดๆ เป็นค่าเริ่มต้น
แม้ว่าจะมีผู้ใช้อยู่บนเครือข่าย ให้ถือว่าคำขอแต่ละรายการเป็นคำขอที่ไม่รู้จัก จนกว่าจะมีการพิสูจน์ตัวตนสำเร็จ ใช้การตรวจสอบข้อมูลระบุตัวตนที่รัดกุม เช่น การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย และจำกัดสิ่งที่แต่ละบทบาทจะเข้าถึงได้
ด้วย Proton VPN สามารถอนุญาตให้เฉพาะผู้ใช้หรือกลุ่มบางกลุ่มเชื่อมต่อกับเกตเวย์ VPN ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะลิงก์ไปยังระบบที่จำเป็นเท่านั้น
แบ่งเครือข่ายออกเป็นโซนต่างๆ
แบ่งเครือข่ายออกเป็นโซนต่างๆ ที่แยกจากกัน ตัวอย่างเช่น โซนหนึ่งสำหรับแผนกการเงิน อีกโซนสำหรับงานสำนักงานทั่วไป และอีกโซนแยกต่างหากสำหรับแขกหรือผู้เยี่ยมชม หากเกิดสิ่งผิดปกติในโซนใดโซนหนึ่ง จะเป็นการยากขึ้นที่ผู้โจมตีจะข้ามไปยังอีกโซนหนึ่ง
สามารถติดตั้งเกตเวย์ Proton VPN ไว้หน้าบางโซน เพื่อให้เฉพาะผู้ใช้ที่ได้รับอนุมัติเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้
ใช้แหล่งข้อมูลระบุตัวตนหลักเพียงแหล่งเดียว
พยายามใช้แหล่งจัดการบัญชีผู้ใช้ กลุ่ม และกฎการลงชื่อเข้าใช้งานในที่เดียว วิธีนี้ช่วยให้สามารถเพิ่มผู้ใช้ เปลี่ยนแปลงบทบาท และลบสิทธิ์การเข้าถึงเมื่อมีคนลาออกได้ง่ายขึ้น
ดูแลให้มองเห็นทราฟฟิกได้อย่างชัดเจน
ตั้งเป้าหมายในการใช้วิธีง่ายๆ เพียงวิธีเดียวเพื่อดูสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนเครือข่าย เช่น การลงชื่อเข้าใช้งานที่สำคัญ การย้ายไฟล์ขนาดใหญ่ และการเชื่อมต่อจากตำแหน่งที่ผิดปกติ
จัดการระบบความปลอดภัยให้ง่ายขึ้น
ผู้คนต่างมีงานยุ่ง หากเส้นทางที่ปลอดภัยมีความสับสน ก็จะมีการหาทางลัดเพื่อหลีกเลี่ยง มอบคำแนะนำที่ชัดเจน ค่าเริ่มต้นที่เป็นประโยชน์ และเครื่องมือที่ใช้งานง่ายสำหรับงานประจำวัน
แอป Proton VPN ได้รับการออกแบบมาให้เรียบง่าย เพียงเลือกเกตเวย์ที่ต้องการแล้วคลิกเชื่อมต่อ
วิธีเลือกเครื่องมือและโซลูชันความปลอดภัยเครือข่ายที่เหมาะสม
มุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงที่แท้จริงโดยการตั้งคำถามว่า ต้องปกป้องอะไร ปัจจุบันผู้คนเข้าถึงสิ่งนั้นได้อย่างไร และสามารถจัดสรรงบประมาณได้เท่าใดเพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดก่อน เมื่อเปรียบเทียบโซลูชันความปลอดภัยเครือข่าย ให้พิจารณาสิ่งต่อไปนี้:
งบประมาณและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
เครื่องมือราคาถูกแต่ใช้งานยากอาจส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าในระยะยาว คำนึงถึงค่าใช้จ่ายในเรื่องระยะเวลาการตั้งค่า การฝึกอบรม และการทำงานของผู้ดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ต้องการปกป้อง
ระบุรายชื่อระบบและข้อมูลที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น เครื่องมือทางการเงิน ฐานข้อมูลลูกค้า และแอปหลัก ตรวจสอบว่าเครื่องมือรักษาความปลอดภัยแต่ละชิ้นมีส่วนช่วยในการปกป้องระบบเหล่านั้นอย่างชัดเจนหรือไม่
คุณสมบัติที่สำคัญ
จัดลำดับความสำคัญของคุณสมบัติที่จำเป็นต้องมี เช่น การเข้ารหัสลับ VPN ที่รัดกุม การควบคุมการเข้าถึงที่ชัดเจน หรือการรายงานที่ง่ายดาย หลีกเลี่ยงความสับสนจากคุณสมบัติหรือบริการเสริมที่อาจไม่ได้ใช้งาน
ความง่ายในการใช้งาน
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมสามารถตั้งค่า ทำความเข้าใจ และอัปเดตให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอได้ เลือกเครื่องมือที่สามารถรองรับผู้ใช้ ตำแหน่ง และแอปคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อธุรกิจเติบโต
เริ่มต้นใช้งาน VPN อันดับ 1 สำหรับธุรกิจ
VPN สำหรับธุรกิจอย่าง Proton VPN จะมอบการเข้ารหัสลับที่รัดกุมและเส้นทางการเข้าถึงที่จัดการได้ง่าย ซึ่งสามารถนำไปผสมผสานร่วมกับไฟร์วอลล์ ตัวกรองเว็บ และเครื่องมืออื่นๆ ที่ใช้งานอยู่แล้วได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโซลูชันความปลอดภัยเครือข่าย
- โซลูชันความปลอดภัยเครือข่ายคืออะไร?
- เหตุใดจึงต้องใช้เครื่องมือรักษาความปลอดภัยเครือข่ายมากกว่าหนึ่งชิ้น
- การใช้งาน VPN เพียงอย่างเดียวเพียงพอที่จะทำให้เครือข่ายปลอดภัยหรือไม่
- การเข้ารหัสลับช่วยเรื่องความปลอดภัยเครือข่ายอย่างไร
- โซลูชันระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายสำหรับธุรกิจขนาดเล็กมีความแตกต่างกันหรือไม่