หน้าแรก Proton Pass
การเปรียบเทียบ Proton Pass

ทางเลือกที่ดีที่สุดแทน LastPass คืออะไร

การรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนต้องการมากกว่าแค่ความสะดวกสบาย โดยจำเป็นต้องมีโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่มีระบบความปลอดภัยระดับองค์กรในตัว LastPass เป็นตัวเลือกที่ยอดนิยม แต่ความกังวลด้านความปลอดภัยทำให้หลายคนหันไปหาทางเลือกอื่นที่แข็งแกร่งกว่าและเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

บทความนี้จะวิเคราะห์ว่าเหตุใด LastPass อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด และแนะนำโปรแกรมจัดการรหัสผ่านทางเลือกอื่นที่ปกป้องข้อมูลอย่างแท้จริง

ได้รับการแนะนำใน

เกี่ยวกับ LastPass

LastPass เป็นโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานของทั้งบุคคลทั่วไปและองค์กร บริการนี้มีห้องนิรภัยที่ปลอดภัยสำหรับจัดเก็บและสร้างรหัสผ่านที่คาดเดายาก ควบคู่ไปกับการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย การแชร์ที่ปลอดภัย และการตรวจสอบดาร์กเว็บเพื่อปกป้องข้อมูลยืนยันตัวตนของผู้ใช้ นอกเหนือจากการใช้งานส่วนบุคคลแล้ว LastPass ยังสนับสนุนผู้ใช้ระดับองค์กรด้วยคุณสมบัติต่างๆ เช่น การลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว (SSO) การยืนยันตัวตนที่ปรับเปลี่ยนได้ การควบคุมโดยผู้ดูแลระบบแบบรวมศูนย์ และรายงานความปลอดภัยอย่างละเอียด ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการจัดการรหัสผ่านและข้อมูลที่เป็นความลับอื่นๆ บนอุปกรณ์และแพลตฟอร์มต่างๆ

เหตุใดจึงควรพิจารณาทางเลือกอื่นแทน LastPass

เนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์และการละเมิดข้อมูลยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเป้าไปที่บุคคลและธุรกิจขนาดเล็ก ความปลอดภัยทางดิจิทัลจึงมีความเร่งด่วนมากกว่าที่เคย LastPass เป็นโซลูชันที่หลายคนเลือกใช้ แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายในตัวเอง

ประวัติเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย

LastPass ได้ทำให้ความปลอดภัยของผู้ใช้ถูกโจมตีด้วย การละเมิดข้อมูลสองครั้ง(หน้าต่างใหม่) ซึ่งทำให้ผู้ใช้สูญเสียเงินจากคริปโตวอลเล็ตไปมากกว่า 35 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2022 การละเมิดข้อมูลของบุคคลที่สามทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลเมตาของลูกค้าได้ ซึ่งรวมถึงชื่อ ที่อยู่อีเมล ที่อยู่ IP และห้องนิรภัยที่เข้ารหัสบางส่วน

ข้อจำกัดของระดับฟรี

แม้ว่า LastPass จะมี Free plan ให้บริการ แต่ก็จำกัดการใช้งานไว้กับอุปกรณ์ประเภทเดียว ซึ่งทำให้ไม่สามารถสลับระหว่างอุปกรณ์เคลื่อนที่และคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ การอัปเดตสิทธิ์การใช้งานระดับฟรีบ่อยครั้งยังสร้างความสับสนและความไม่พอใจ โดยการซิงค์ข้ามอุปกรณ์และการเข้าถึงฝ่ายสนับสนุนทางอีเมลสามารถใช้งานได้เฉพาะในแผนแบบชำระเงินเท่านั้น

ความยุ่งยากที่เพิ่มขึ้นเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น

LastPass ไม่ได้ผสานรวมการยืนยันตัวตนผ่านสองขั้นตอน (2FA) ไว้ในตัวโดยตรง แต่ผู้ใช้ต้องดาวน์โหลดและใช้แอปแยกต่างหาก การตั้งค่านี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น แต่การต้องสลับระหว่างแอปทุกวันหรือการกู้คืนรหัสการยืนยันตัวตนที่สูญหายอาจกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อได้อย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ทำให้สิ่งที่ควรจะรู้สึกเหมือนเป็นเกราะป้องกันกลับกลายเป็นภาระเพิ่มเติม ซึ่งทำลายความสะดวกสบายและความง่ายในการใช้งานที่โปรแกรมจัดการรหัสผ่านควรจะมอบให้

การขาดความยืดหยุ่นในการแชร์

การขาดความยืดหยุ่นในการแชร์ของ LastPass ถือเป็นข้อเสียเปรียบหลัก โดยการแชร์จะถูกจำกัดไว้เฉพาะในระบบนิเวศของบริการเท่านั้น ส่งผลให้การแชร์ข้อมูลยืนยันตัวตนกับครอบครัว เพื่อน หรือผู้ร่วมงานที่ใช้เครื่องมืออื่นเป็นเรื่องยาก และสำหรับธุรกิจ การดำเนินการนี้จะสร้างความยุ่งยากเพิ่มเติมเมื่อต้องทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ภายนอก ผู้รับเหมา หรือลูกค้า ซึ่งมักจะบีบให้ผู้ใช้ต้องใช้วิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งอาจบั่นทอนความปลอดภัยได้

ไม่รองรับนามแฝงอีเมล

LastPass ไม่มีการรองรับในตัวสำหรับสร้างหรือจัดการนามแฝงอีเมล ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยรักษาที่อยู่ที่แท้จริงให้เป็นส่วนตัวและลดสแปมได้อย่างมาก สำหรับบุคคลทั่วไป สิ่งนี้หมายถึงการควบคุมความเป็นส่วนตัวออนไลน์ได้น้อยลงเมื่อลงทะเบียนบัญชีใหม่หรือรับจดหมายข่าว ส่วนสำหรับธุรกิจ หมายความว่าไม่มีวิธีง่ายๆ ในการปกป้องโดเมนของบริษัทและจัดการการเข้าสู่ระบบจากภายนอกอย่างปลอดภัย

ความโปร่งใสที่จำกัด

แม้ว่า LastPass จะรวมส่วนประกอบโอเพนซอร์สของบุคคลที่สามบางส่วนไว้ด้วยกัน แต่ผลิตภัณฑ์หลัก รวมถึงรหัสต้นฉบับ ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะและไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างสาธารณะ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ต้องเชื่อมั่นว่าการทำงานจริงของ LastPass ตรงตามที่กล่าวอ้าง

ความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น

เนื่องจาก LastPass เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา จึงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของสหรัฐอเมริกา ตามหลักการแล้ว สิ่งนี้หมายความว่าอาจถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลของลูกค้าตามคำขอทางกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ซึ่งขัดแย้งกับข้อกำหนดของยุโรป เช่น GDPR และทำให้ข้อมูลที่เป็นความลับตกอยู่ในความเสี่ยง

สิ่งที่ควรพิจารณาในทางเลือกอื่นแทน LastPass

ทางเลือกที่ดีแทน LastPass ไม่ควรมีเพียงคุณสมบัติที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังต้องมี ความปลอดภัยและความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้, ความสามารถในการใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม, การแชร์ที่ยืดหยุ่น และ ความเหมาะสมกับองค์กร ด้วย

เมื่อพิจารณาจากประวัติของ LastPass ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยควรต้องมาก่อน มองหาตัวเลือกที่มีการเข้ารหัสลับแบบ Zero-Knowledge รวมถึงมีประวัติความโปร่งใสในรูปแบบโอเพนซอร์ส และการตรวจสอบความปลอดภัยที่เป็นอิสระอย่างสม่ำเสมอ มาตรการรักษาความปลอดภัยควรจะตรงไปตรงมา เช่น การมี 2FA ในตัวและความสามารถในการสร้างนามแฝงอีเมล เพื่อจะได้ไม่ต้องวุ่นวายกับการจัดการแอปเพิ่มเติมและเครื่องมือของบุคคลที่สาม และความสะดวกสบายคือหัวใจสำคัญของโปรแกรมจัดการรหัสผ่าน ดังนั้นทางเลือกอื่นที่ดีแทน LastPass ควรช่วยให้สามารถจัดการข้อมูลยืนยันตัวตนบนอุปกรณ์ใดๆ ได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีข้อจำกัดแม้จะใช้งาน Free plan และช่วยให้สามารถแชร์ข้อมูลกับบุคคลภายนอกแพลตฟอร์มได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย

การปฏิบัติตามข้อกำหนดควรเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน ตัวอย่างเช่น องค์กรที่มีความต้องการเฉพาะด้านอธิปไตยของข้อมูล โดยเฉพาะองค์กรในภาคส่วนที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด หรืออยู่ภายใต้ GDPR และ HIPAA ควรเลือกทางเลือกอื่นที่ตั้งอยู่ในเขตอำนาจศาลบางแห่ง หรือมีโครงสร้างพื้นฐานแบบโฮสต์เองที่สอดคล้องกับข้อกำหนดการปฏิบัติตามข้อกฎหมายด้านข้อมูล

LastPass เปรียบเทียบกับโปรแกรมจัดการรหัสผ่านอื่นๆ อย่างไร

undefined
undefined
undefined
undefined
undefined
undefined
undefined
undefined
undefined
undefined
แผนระดับฟรี

จำกัดเพียงหนึ่งอุปกรณ์

ได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายความเป็นส่วนตัวของสวิตเซอร์แลนด์
รวมระบบนิเวศความเป็นส่วนตัว
ดำเนินงานด้วยเซิร์ฟเวอร์ของตนเอง
โอเพนซอร์ส
การปกป้องบัญชีเชิงรุก (Sentinel)
นามแฝง hide-my-email ในตัว
2FA ในตัว
การตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่านและการตรวจสอบการละเมิดข้อมูล
การแชร์อย่างปลอดภัย
การแชร์ภายนอก (กับผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ใช้)

จำกัด*

การผสานรวม SSO และ SCIM
คอนโซลผู้ดูแลระบบและการจัดการผู้ใช้
นโยบายความปลอดภัย (กฎเกณฑ์เกี่ยวกับรหัสผ่าน การควบคุมการเข้าถึง)
การเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง

* ไม่สามารถแชร์แต่ละรายการโดยตรงจากห้องนิรภัยได้ แต่สามารถสร้างลิงก์ชั่วคราวสำหรับโน้ตที่ปลอดภัยโดยใช้บัญชี Bitwarden Send

โปรแกรมจัดการรหัสผ่านชั้นนำ

1Password

1Password โดดเด่นในด้านรากฐานความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและอินเทอร์เฟซที่สวยงาม พร้อมด้วยคุณสมบัติเด่น เช่น การรองรับตัวตรวจสอบสิทธิ์และพาสคีย์ในตัว การตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่าน และการแชร์ที่สะดวกสบาย ตลอดจนการควบคุมนโยบายแบบละเอียด การยืนยันตัวตนแบบลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว (SSO) และการจัดเตรียมสิทธิ์ผู้ใช้งานแบบอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม 1Password ก็ไม่มี Free plan เช่นกัน ซึ่งทำให้ผู้ใช้ทุกคนต้องจ่ายเงินสำหรับคุณสมบัติพรีเมียมตั้งแต่เริ่มต้นใช้งาน นอกจากนี้ ผู้รีวิวยังระบุด้วยว่า 1Password มีขั้นตอนการเรียนรู้ที่ยากกว่าเมื่อเทียบกับโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่มีขนาดเบา ส่งผลให้การนำไปใช้งานทั้งในส่วนตัวและในธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแบบปิดซอร์ส ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ไม่สามารถตรวจสอบความปลอดภัยของแอปได้ นอกจากนี้ ธุรกิจที่มีข้อกำหนดเข้มงวดด้านอธิปไตยของข้อมูลอาจมีความกังวลกับการใช้ 1Password เนื่องจากมีสำนักงานใหญ่ในแคนาดาและใช้โครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐอเมริกา

Dashlane

Dashlane มาพร้อมแอปที่ทันสมัยพร้อมการรองรับข้ามแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง พาสคีย์และการเข้าสู่ระบบแบบไม่ใช้รหัสผ่าน การป้องกันฟิชชิ่ง และเครื่องมือการดูแลระบบขั้นสูงที่หลากหลาย รวมถึง Omnix ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มความปลอดภัยของข้อมูลยืนยันตัวตนอัจฉริยะอันเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ 

ในทางกลับกัน แผนบริการของ Dashlane ค่อนข้างมีข้อจำกัด โดยไม่มีรุ่นใช้งานฟรี และทำงานด้วยค่าบริการต่อผู้ใช้และมีเฉพาะแผนแบบรายปีเท่านั้น ทำให้มีราคาแพงกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด การแชร์ข้อมูลยืนยันตัวตนส่วนใหญ่ยังจำกัดเฉพาะผู้ใช้ Dashlane รายอื่นด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความยุ่งยากในการใช้งานทั้งในระดับส่วนบุคคลและระดับมืออาชีพ และบีบให้ผู้ใช้ต้องใช้วิธีอื่นที่มีความปลอดภัยน้อยกว่า นอกจากนี้ Dashlane ยังไม่ได้เป็นโอเพนซอร์สอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการจำกัดความโปร่งใสและการตรวจสอบ

Bitwarden

จุดแข็งของ Bitwarden อยู่ที่ความคุ้มค่าและความเปิดกว้าง โดยมีแผนบริการฟรีสำหรับการใช้งานส่วนบุคคลที่รองรับการแชร์รหัสผ่านและคุณสมบัติความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง เช่น 2FA และการเข้าสู่ระบบด้วยชีวมาตร ราคาสำหรับธุรกิจที่จับต้องได้ยังรวมถึงคุณสมบัติระดับองค์กร เช่น SSO, การรองรับ SCIM และความสามารถในการกำหนดนโยบายทั่วทั้งองค์กร นอกจากนี้ Bitwarden ยังเป็นโอเพนซอร์สอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งดึงดูดใจผู้ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการปรับแต่ง หรือผู้ที่ต้องการโฮสต์ด้วยตนเอง 

ในทางกลับกัน ส่วนติดต่อผู้ใช้ที่ใช้งานยากและการออกแบบที่เน้นประโยชน์ใช้สอยของ Bitwarden ทำให้ความสะดวกในการใช้งานและการเริ่มใช้งานเป็นเรื่องที่ท้าทาย การแชร์ข้อมูลยืนยันตัวตนอาจมีความซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีความรู้ทางเทคนิคและผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับคำศัพท์ของ Bitwarden นอกจากนี้ Bitwarden ยังมีความยืดหยุ่นน้อยกว่าในการจัดเก็บประเภทรายการเฉพาะทาง โดยมีประเภทรายการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพียงห้าประเภท ผู้ใช้ที่ต้องการประเภทอื่นจะต้องสร้างฟิลด์ที่กำหนดเองขึ้นมาเอง

เหตุใด Proton Pass จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าแทน LastPass

เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ทั้งหมด

Free plan ของ LastPass จำกัดการใช้งานไว้ที่คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ด้วย Proton Pass Free จะสามารถปกป้องรหัสผ่านและข้อมูลสำคัญอื่นๆ บนอุปกรณ์ทุกประเภท รวมถึงโทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ซึ่งหมายถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานที่สม่ำเสมอในทุกที่ ไม่ว่าจะจัดการการเข้าสู่ระบบส่วนบุคคล หรือเข้าถึงบัญชีงานที่สำคัญในระหว่างเดินทาง ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

การแชร์แบบส่วนตัวที่ยืดหยุ่น

Proton Pass มอบการแชร์แบบส่วนตัวที่ยืดหยุ่น โดยช่วยให้สามารถแชร์ข้อมูลยืนยันตัวตนกับทุกคนได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะไม่ได้ใช้บริการก็ตาม รวมถึงครอบครัว เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน ที่สำคัญคือ ทุกรายการที่แชร์จะยังคงเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยรหัสผ่านหรือข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน ช่วยให้ทำงานร่วมกันนอกครัวเรือนหรือองค์กรได้อย่างปลอดภัยและง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องบังคับให้ผู้อื่นใช้แพลตฟอร์มเดียวกัน

ปกป้องที่อยู่อีเมลด้วยนามแฝง

Proton Pass แตกต่างจาก LastPass ตรงที่สามารถสร้างนามแฝงอีเมลที่ไม่ซ้ำกันโดยอัตโนมัติเพื่อซ่อนที่อยู่จริงเมื่อลงทะเบียนใช้บริการใหม่ ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลระบุตัวตนและลดสแปม

ท่องโลกออนไลน์แบบไม่เปิดเผยตัวตนด้วยนามแฝงสูงสุด 10 รายการบน Proton Pass Free หรือใช้งานนามแฝงได้ไม่จำกัดด้วย Pass Plus

แชร์การเข้าสู่ระบบกับหลายคน

LastPass อนุญาตให้แชร์รหัสผ่านแบบตัวต่อตัวเท่านั้น Proton Pass รองรับการแชร์แบบหนึ่งต่อหลายคน จึงสามารถแชร์บัญชีอย่าง Netflix, Disney+ หรือ Hulu กับครอบครัวและเพื่อนๆ ได้อย่างปลอดภัย และยังแชร์ข้อมูลรวมถึงเอกสารสำคัญอื่นๆ กับเพื่อนร่วมงานและพาร์ทเนอร์ภายนอกได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้โดยไม่จำเป็นต้องอัปเกรดเป็นแผนแบบชำระเงิน

จัดเก็บไฟล์และเอกสารได้มากกว่าเดิมถึง 20 เท่า

เมื่อใช้ Proton Pass Free จะสามารถจัดเก็บเอกสารและสำรองข้อมูลไฟล์ที่ละเอียดอ่อนได้ด้วยพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่เข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางขนาด 1 GB ผ่าน Proton Drive ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า LastPass ที่ให้เพียง 50 MB ถึง 20 เท่า

เชื่อมั่นในภารกิจและเทคโนโลยี

LastPass ได้รับการสนับสนุนจาก VC Proton Pass เป็นโอเพนซอร์สและสร้างขึ้นโดยทีมงานที่ขับเคลื่อนด้วยความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่ผลกำไร เทคโนโลยีของเราเป็นโอเพนซอร์ส ผ่านการตรวจสอบอย่างอิสระ และได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายความเป็นส่วนตัวของสวิส ซึ่งมอบมาตรฐานความโปร่งใสที่สอดคล้องกับทั้งเสรีภาพทางดิจิทัลส่วนบุคคลและการปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์กร

เข้าถึงฝ่ายสนับสนุนที่เป็นคนจริง

สำหรับ LastPass ผู้ใช้แผนบริการฟรีจะได้รับเพียงบทความช่วยเหลือตนเองเท่านั้น Proton Pass ช่วยให้เข้าถึงฝ่ายสนับสนุนที่เป็นคนจริงได้  แม้จะใช้งานแผนบริการฟรี ไม่ว่าจะตั้งค่าบัญชี แก้ไขปัญหา หรือเพียงต้องการคำแนะนำ ทีมงานพร้อมช่วยเหลือเสมอ

Proton Pass เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ปลอดภัย

เมื่อเลือกใช้ Proton Pass เป็นทางเลือกแทน LastPass จะได้รับสิทธิ์เข้าถึงชุดเครื่องมือฟรีที่เข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางด้วยเช่นกัน แผน Proton Business Suite รวมสิทธิ์การเข้าถึงระดับพรีเมียมใน Proton Pass for Business ตลอดจนแอป Proton อื่นๆ ทั้งหมด:

Proton Drive

Proton Drive

เก็บรักษาไฟล์ให้ปลอดภัยและร่วมมือกันทำงานในเอกสารได้แบบเรียลไทม์ จัดเก็บ จัดการ และแชร์อย่างปลอดภัยด้วย พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่เข้ารหัส

Proton Mail

Proton Mail

ปกป้องการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจทั้งหมดและช่วยให้มั่นใจว่าทุกข้อความจะเป็นส่วนตัวด้วย บริการอีเมลที่ปลอดภัย

Proton Calendar

Proton Calendar

จัดระเบียบตารางงานและปรับปรุงการวางแผนการประชุมได้อย่างง่ายดายด้วย ปฏิทินที่สร้างขึ้นเพื่อความเป็นส่วนตัว

Proton VPN

Proton VPN

ปกป้องทราฟฟิกเครือข่ายของธุรกิจได้ทันทีด้วย VPN ที่มีประสิทธิภาพ ปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เปิดใช้งานการทำงานจากระยะไกลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น และป้องกันการสอดแนมและแฮกเกอร์

ผู้คนมากกว่า 100 ล้านคนและธุรกิจกว่า 100,000 รายไว้วางใจให้ Proton ปกป้องข้อมูล

ZDNET

โปรแกรมจัดการรหัสผ่านฟรีที่ดีที่สุดเพื่อความเป็นส่วนตัว Proton Pass เป็นโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่ปลอดภัยซึ่งได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีพร้อมคุณสมบัติพิเศษมากมาย

Linus Tech Tips

Proton มีโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่พัฒนาจนดีขึ้นมากอย่างรวดเร็ว มีการรองรับการสร้างอีเมลชั่วคราวหรือนามแฝง การรองรับการตรวจสอบสิทธิ์แบบสองปัจจัย การรองรับพาสคีย์ และล่าสุดยังเพิ่มความสามารถในการล็อกบัญชีด้วยรหัสผ่านอื่นที่ต่างจากรหัสผ่านบัญชี

Digital Trends

โดยรวมแล้ว ขอแนะนำ Proton Pass ให้เป็นโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกำลังมองหาแผนบริการแบบชำระเงินราคาประหยัดหรือแบบฟรีที่ใช้งานง่ายที่สุดและให้การแชร์ที่ง่ายที่สุด

เปลี่ยนจาก LastPass มาเป็น Proton Pass

เริ่มต้นใช้งาน Proton Pass เป็นทางเลือกฟรีที่มีประสิทธิภาพแทน LastPass ได้ในไม่กี่คลิก

ขั้นตอนที่ 1:

เปิด LastPass และส่งออกข้อมูล

ขั้นตอนที่ 2:

นำเข้าข้อมูลไปยัง Proton Pass เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย!

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Proton Pass จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า LastPass?
จะย้ายข้อมูลยืนยันตัวตนจาก LastPass ไปยัง Proton Pass ได้อย่างไร?