ผู้คนจำนวนมากที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Apple มักทึกทักเอาเองว่าข้อมูลมีความเป็นส่วนตัวเนื่องจากการตลาดเชิงรุกของบริษัทเกี่ยวกับเรื่องนี้

“บางสิ่งไม่ควรถูกแชร์ iPhone ช่วยให้เป็นเช่นนั้น” โฆษณาชื่อดังชิ้นหนึ่ง(หน้าต่างใหม่)กล่าวไว้ “ความเป็นส่วนตัว นั่นคือ iPhone”

แต่หากใช้งาน iPhone และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Apple ก็อาจจะใช้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ของบริษัทอย่าง iCloud เพื่อสำรองข้อมูลรูปภาพ ผู้ติดต่อ อีเมล ปฏิทิน โน้ต ข้อความ บันทึกเสียง และข้อมูลอื่นๆ ด้วย และ iCloud ก็ไม่ได้เป็นส่วนตัว

Apple สามารถมองเห็นทุกสิ่งที่จัดเก็บไว้ใน iCloud ได้ เว้นแต่จะอัปเดตการตั้งค่าความปลอดภัย และแม้ว่าจะเปิดใช้งานคุณสมบัติ Advanced Data Protection ใหม่ แต่ข้อมูลสำคัญหลายประเภทก็ไม่ได้เป็นข้อมูลที่เข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง รวมถึงอีเมล กิจกรรมในปฏิทิน รายชื่อผู้ติดต่อ และข้อมูลเมตาของไฟล์ทั้งหมด นอกจากนี้ Apple ยังสามารถตัดสินใจปิดใช้งาน Advanced Data Protection ได้ทุกเมื่อ เช่นเดียวกับเมื่อตอนที่รัฐบาลสหราชอาณาจักร สั่งให้ Apple ลดทอนประสิทธิภาพการเข้ารหัสลับ ในปี 2025

บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจรูปแบบการรักษาความปลอดภัยของ Apple สำหรับ iCloud และเหตุใดการตลาดที่เน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวจึงไม่สะท้อนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีช่องโหว่หลายประการในคุณสมบัติการปกป้องข้อมูลขั้นสูงของ Apple ที่ควรทราบ

ในตอนท้ายของบทความ จะมีเคล็ดลับง่ายๆ เพื่อช่วยปรับปรุงความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Apple

รูปแบบการเข้ารหัสลับของ iCloud

Apple อธิบายวิธีเข้ารหัสข้อมูลประเภทต่างๆ บนหน้า “ภาพรวมความปลอดภัยของข้อมูล iCloud(หน้าต่างใหม่)

โดยค่าเริ่มต้น Apple จะเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดใน iCloud โดยใช้คีย์ของบริษัทเอง ทั้งในระหว่างการรับส่งข้อมูลและบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท ซึ่งหมายความว่าข้อมูลจะปลอดภัยจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบุคคลที่สาม แต่บริษัทสามารถมองเห็นข้อมูลได้ Apple เรียกสิ่งนี้ว่า “การปกป้องข้อมูลมาตรฐาน”

ในเดือนธันวาคม 2022 Apple ได้เปิดตัวคุณสมบัติด้านความปลอดภัยใหม่ๆ รวมถึง Advanced Data Protection ซึ่งนำ การเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง ไปใช้กับข้อมูลเพิ่มเติมอีกหลายประเภท Apple เรียกสิ่งนี้ว่าเป็น “ระดับความปลอดภัยของข้อมูลบนคลาวด์ที่สูงที่สุด” Advanced Data Protection จะสร้างคีย์การเข้ารหัสลับบนอุปกรณ์แต่ละเครื่องที่เชื่อมต่อกับ iCloud และเข้ารหัสข้อมูลที่มีสิทธิ์ก่อนที่จะอัปโหลดไปยัง iCloud โดยที่ Apple จะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงคีย์ที่จำเป็นในการถอดรหัสข้อมูลดังกล่าว

ข้อมูลใดบ้างที่ได้รับการเข้ารหัสและเข้ารหัสอย่างไร

ข้อมูลบางประเภทจะได้รับการเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางเสมอ แม้จะใช้การปกป้องข้อมูลมาตรฐานที่เป็นค่าเริ่มต้นก็ตาม:

  • รหัสผ่านและพวงกุญแจ
  • ข้อมูลสุขภาพ
  • ข้อมูลบ้าน
  • ข้อความใน iCloud (เฉพาะเมื่อปิดใช้งานการสำรองข้อมูล iCloud)
  • ข้อมูลการชำระเงิน
  • ธุรกรรม Apple Card
  • แผนที่
  • คำศัพท์ที่เรียนรู้โดยคีย์บอร์ด QuickType
  • Safari
  • เวลาหน้าจอ
  • ข้อมูล Siri (ไม่รวมทางลัด Siri)
  • รหัสผ่าน WiFi
  • คีย์ Bluetooth W1 และ H1
  • Memoji

หากเปิดใช้งานการปกป้องข้อมูลขั้นสูง ข้อมูลประเภทต่อไปนี้จะได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง เพื่อไม่ให้ Apple สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้:

  • การสำรองข้อมูล iCloud (รวมถึงการสำรองข้อมูลอุปกรณ์และข้อความ)
  • iCloud Drive
  • รูปภาพ
  • โน้ต
  • เตือนความจำ
  • ที่คั่นหน้า Safari
  • ทางลัด Siri
  • บันทึกเสียง
  • บัตรผ่านในวอลเล็ต
  • Freeform

ข้อจำกัดของการปกป้องข้อมูลขั้นสูง

ประโยชน์ด้านความปลอดภัยเหล่านี้มาพร้อมกับข้อควรระวังสำคัญ ประการแรกคือมีข้อมูลสำคัญสามประเภทที่ไม่เคยได้รับการเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง:

  • iCloud Mail
  • ผู้ติดต่อ
  • ปฏิทิน

Apple ชี้แจงว่าไม่สามารถเข้ารหัสข้อมูลนี้ได้เนื่องจากต้องการให้บริการเหล่านี้ยังคงทำงานร่วมกันได้กับผู้ให้บริการอีเมลและปฏิทินรายอื่น ดังนั้น ไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร Apple ก็จะสามารถสแกนการติดต่อสื่อสาร กิจกรรมในปฏิทิน และรายละเอียดส่วนตัวของบุคคลในเครือข่ายวิชาชีพและเครือข่ายสังคมได้เสมอ

ข้อจำกัดประการที่สองคือ Apple ไม่ได้ปกป้องข้อมูลเมตาบางอย่างด้วยการเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง แม้จะเปิดใช้งานการปกป้องข้อมูลขั้นสูงแล้วก็ตาม ซึ่งรวมถึง:

  • ประเภทไฟล์
  • ขนาดไฟล์
  • จำนวนครั้งที่เปิดดูรูปภาพ
  • ไฟล์ดังกล่าวถูกปักหมุดหรือทำเครื่องหมายว่าเป็นรายการโปรดหรือไม่
  • ข้อมูลการใช้งาน เช่น การประทับเวลาเมื่อสร้างไฟล์หรือแก้ไขไฟล์ล่าสุด

การปกป้องข้อมูลขั้นสูงจะทำงานสำหรับการแชร์ไฟล์และการทำงานร่วมกันก็ต่อเมื่อคู่สัญญาอีกฝ่ายเปิดใช้งานการเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางด้วยเช่นกัน และเครื่องมือรวมถึงบริการบางอย่างไม่ยอมให้ใช้การเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางเลย

ประการที่สาม การปกป้องข้อมูลขั้นสูงกำหนดใหอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ iCloud ทั้งหมดต้องได้รับการอัปเดตเป็นเวอร์ชันซอฟต์แวร์ล่าสุด มิฉะนั้น จะต้องยกเลิกการเชื่อมต่ออุปกรณ์เหล่านั้นออกจาก iCloud ความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นนี้ ร่วมกับขั้นตอนเพิ่มเติมในการเพิ่มผู้ติดต่อกู้คืนข้อมูลและคีย์การกู้คืน ถือเป็นอุปสรรคในการเปิดใช้งานการเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง

และประการสุดท้าย ความคงอยู่ของบริการปกป้องข้อมูลขั้นสูงไม่ได้เป็นสิ่งรับประกัน เมื่อรัฐบาลสหราชอาณาจักรสั่งให้ Apple ปิดคุณสมบัตินี้ บริษัทก็ปฏิบัติตามทันที และเพิ่งจะยื่นคัดค้านคำสั่งดังกล่าวในศาลในภายหลังหลังจากที่ได้ทำให้ผู้ใช้ตกอยู่ในความเสี่ยงไปแล้ว

ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ Proton ไม่เคยและจะไม่มีวันยอมให้มีการโจมตีการเข้ารหัสลับอย่างเด็ดขาด ทั้งยังไม่ยอมทำตามภายใต้แรงกดดันจากรัสเซีย จีน หรืออินเดีย และจะไม่ทำเช่นนั้นกับสหราชอาณาจักรเช่นกัน หากตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ก็จะปฏิเสธที่จะเพิ่มช่องทางลับ และจะไม่ยินยอมเปิดประตูหน้าให้ด้วยเช่นกัน

ปกป้องช่องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางด้วย Proton Drive

การปกป้องความเป็นส่วนตัวบนผลิตภัณฑ์ของ Apple

เห็นได้ชัดว่า Apple ไม่ได้เป็นส่วนตัวอย่างที่บริษัทอยากให้เชื่อ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งชั้นนำแล้ว ผลิตภัณฑ์ของ Apple มีระดับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่สูงกว่า ตัวอย่างเช่น ข้อมูลบน iPhone ได้ชื่อว่าปลอดภัยอย่างยิ่ง(หน้าต่างใหม่) ตราบใดที่ไม่มีการอัปโหลดไปยัง iCloud

ต่อไปนี้คือเคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ Apple เข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว

เปิดใช้งานการปกป้องข้อมูลขั้นสูง

แม้ว่าการปกป้องข้อมูลขั้นสูงจะมีข้อจำกัดที่สำคัญ แต่ก็เป็นเรื่องดีที่จะปกป้องข้อมูลให้ได้มากที่สุดด้วยการเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง หลายคนชอบความสะดวกสบายของ iCloud ดังนั้นหากจะใช้งานต่อไป ก็ควรใช้ประโยชน์จากการตั้งค่าความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ Apple หากยังมีให้ใช้งานในประเทศ เพียงแค่ต้องแน่ใจว่าได้จัดเก็บคีย์การกู้คืนไว้ในที่ปลอดภัย เช่น โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน

หลีกเลี่ยงการใช้งาน Apple Mail, ปฏิทิน หรือผู้ติดต่อ

Apple ชี้ว่าความสามารถในการทำงานร่วมกันเป็นเหตุผลที่ไม่สามารถใช้การเข้ารหัสลับที่แข็งแกร่งสำหรับบริการเมล ปฏิทิน และรายชื่อผู้ติดต่อได้ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่น่าฟัง แม้จะเป็นเรื่องจริงที่ไม่สามารถใช้การเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางแบบอัตโนมัติร่วมกับผู้ให้บริการรายอื่นที่ไม่ใช่ PGP ได้ แต่ Apple ก็ยังคงสามารถใช้รูปแบบของ การเข้ารหัสลับแบบไร้สิทธิ์การเข้าถึง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอย่างน้อยที่สุด ข้อมูลของลูกค้าก็จะไม่สามารถเข้าถึงได้โดยบริษัท ตัวอย่างเช่น Proton Mail จะเข้ารหัสอีเมลที่ส่งเข้ามาในทันที เพื่อให้สามารถถอดรหัสได้โดยใช้คีย์ส่วนตัวเท่านั้น

เลือกบริการที่ได้รับการเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางโดยค่าเริ่มต้น

การเลือกใช้คำว่า “การปกป้องข้อมูลมาตรฐาน” ของ Apple เผยให้เห็นว่าบริษัทคิดอย่างไรเกี่ยวกับสิทธิ์ในความเป็นส่วนตัวของข้อมูล สำหรับ Apple แล้ว การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลคือมาตรฐานส่วนบุคคล แต่มีความเชื่อว่าความเป็นส่วนตัวควรเป็นค่าเริ่มต้น และได้สร้างชุดบริการออนไลน์ขึ้นมาเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายนั้น

หากกำลังมองหา ทางเลือกส่วนตัวแทน iCloud Proton Drive คือ พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ที่เข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งไม่มีวันเข้าดูข้อมูลอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังปกป้องข้อมูลเมตาส่วนใหญ่ด้วยการเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง รวมถึงชื่อไฟล์ ประเภทไฟล์ ขนาดไฟล์ และข้อมูลการใช้งาน เช่น ประทับเวลาการสร้างและการแก้ไข แอปมือถือ Proton Drive พร้อมใช้งานแล้วสำหรับ iPhone(หน้าต่างใหม่)

ทางเลือกอื่นที่ได้รับการเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางเพิ่มเติม ได้แก่ Proton Mail(หน้าต่างใหม่) (รวมถึงผู้ติดต่อที่เข้ารหัส) และ Proton Calendar(หน้าต่างใหม่)

แก้ไขเพิ่มเติม: บทความนี้ได้รับการอัปเดตแล้วเพื่อแก้ไขชื่อเรื่องที่ไม่ถูกต้องซึ่งเคยระบุว่า Apple สามารถมองเห็นเนื้อหาทั้งหมดที่จัดเก็บใน iCloud ได้