ตั้งแต่ Google Chrome ไปจนถึง Google Workspace Google ได้รวม AI เข้ากับแอปและแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างจริงจัง และ Google Search ก็ไม่มีข้อยกเว้น ตราบใดที่เคยค้นหาข้อมูลใดๆ บน Google ตั้งแต่ปี 2024 ก็น่าจะคุ้นเคยกับ AI Overviews ดีอยู่แล้ว ซึ่งก็คือบทสรุปที่สร้างโดย AI ที่ปรากฏที่ด้านบนสุดของผลลัพธ์ก่อนที่จะมีลิงก์จริงใดๆ

แนวคิดนี้คือการช่วยให้ได้รับคำตอบอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติ AI Overviews กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือทำให้สับสน ทำให้ผลลัพธ์จริงถูกเลื่อนลงไปด้านล่างของหน้าเว็บ และ แย่งทราฟฟิกไปจากแหล่งข้อมูลเดิม(หน้าต่างใหม่)
ในเดือนมิถุนายน 2026 ศาลส่วนภูมิภาคของเยอรมนีได้ตัดสินว่า Google ต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อการกล่าวอ้างที่เป็นเท็จ(หน้าต่างใหม่) ใน AI Overviews โดยชี้ว่าบทสรุปที่สร้างโดย AI ถือเป็นเนื้อหาของ Google เอง ไม่ใช่ผลการค้นหาแบบดั้งเดิม
ยิ่งไปกว่านั้น หากเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำ การค้นหาและกิจกรรมการท่องเว็บ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำแหน่งและรายละเอียดของอุปกรณ์ จะถูกติดตามโดยค่าเริ่มต้น ซึ่งหมายความว่าความสะดวกสบายนี้ต้องแลกมาด้วยความเป็นส่วนตัว
ไม่มีสวิตช์ปิดในตัวที่ใช้งานง่ายในการปิดใช้งาน AI Overviews บน Google แต่ข่าวดีก็คือยังมีวิธีแก้ปัญหาชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพอยู่สองสามวิธี โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปลั๊กอินภายนอกหรือการตั้งค่าที่ซับซ้อนใดๆ
ใช้ตัวกรองเว็บ
นี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการลบ AI Overview ออกจากผลลัพธ์โดยไม่ต้องเปลี่ยนการตั้งค่าใดๆ แต่จะต้องทำตามขั้นตอนเดียวกันนี้สำหรับทุกๆ การค้นหาใหม่
- ดำเนินการค้นหาของ Google ตามปกติ
- ที่ใต้แถบค้นหา ให้มองหาแท็บ: ทั้งหมด, ผลิตภัณฑ์, รูปภาพ, ข่าวสาร, วิดีโอ ฯลฯ เลือก เว็บ หากไม่เห็นแท็บดังกล่าว ให้เลือก เพิ่มเติม → เว็บ

ผลลัพธ์จะโหลดใหม่โดยไม่มี AI Overview
เพิ่ม -AI ในการค้นหา
วิธีนี้อาศัยโอเปอเรเตอร์เครื่องหมายลบ (NOT) ของ Google เพื่อยกเว้นคำเฉพาะเจาะจงออกจากผลลัพธ์ เพียงเพิ่ม -ai ต่อท้ายคำค้นหา เช่น price of eggs -ai ผลลัพธ์การค้นหาควรแสดงโดยไม่มี AI Overviews แต่อาจไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ได้เสมอไป

ต่อท้าย &udm=14 ลงใน URL
การเพิ่มพารามิเตอร์นี้จะบังคับให้ Google แสดงเฉพาะผลลัพธ์จากเว็บโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีสองวิธีในการทำเช่นนี้:
ด้วยตนเอง (ครั้งเดียว)
ค้นหาข้อมูลบน Google และในหน้าผลลัพธ์ ให้เพิ่ม &udm=14 ลงในส่วนท้ายของ URL ในแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ แล้วกด Enter

หน้าเว็บใหม่จะโหลดโดยไม่มี AI Overview และสามารถบุ๊กมาร์ก URL ที่แก้ไขนี้ไว้สำหรับการค้นหาในอนาคตได้
บันทึกเป็นเครื่องมือค้นหาที่กำหนดเองบน Chrome
การตั้งค่านี้จะช่วยเปิดใช้งานให้เพิ่มพารามิเตอร์ &udm=14 กับการค้นหาทุกครั้งบนเบราว์เซอร์ Google Chrome ได้อย่างถาวร ซึ่งช่วยข้าม AI Overview ได้อย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละครั้งโดยไม่ต้องดำเนินการเองด้วยตนเอง โปรดทราบว่าสิ่งนี้ใช้ได้กับอุปกรณ์เดสก์ท็อปเท่านั้น
1. ใน Google Chrome ให้คลิกที่จุดสามจุดแนวตั้ง ⋮ ที่มุมขวาบน แล้วเปิด การตั้งค่า

2. ไปที่ เครื่องมือค้นหา และคลิก จัดการเครื่องมือค้นหาและการค้นหาไซต์

3. ภายใต้ การค้นหาไซต์ ให้คลิก เพิ่ม

4. กรอกรายละเอียดดังต่อไปนี้:
- ชื่อ: Google เว็บ
- ทางลัด: @web
- URL ที่มี %s แทนคำค้นหา: https://www.google.com/search?q=%s&udm=14
5. คลิก เพิ่ม

6. คลิกที่จุดสามจุดแนวตั้ง ⋮ ถัดจาก Google เว็บ แล้วเลือก ตั้งเป็นค่าเริ่มต้น

การค้นหาเริ่มต้นทุกครั้งที่ดำเนินการจากแถบที่อยู่ของ Chrome จะข้าม AI Overview และส่งคืนผลลัพธ์ของเว็บที่สะอาดตา
ความเป็นส่วนตัวมีค่ามากกว่าที่จะใช้เพียงวิธีแก้ปัญหาชั่วคราว
Gemini ซึ่งเป็น AI ของ Google เอง ได้รับการฝังอยู่ลึกในระบบนิเวศของ Google ซึ่งรวมถึง Gmail, Android, Google Docs และ Google Drive สิ่งนี้ทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างกว้างขวาง และสร้างความสงสัยเกี่ยวกับวิธีนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจของ Google รวมถึงเพื่อการโฆษณาที่ตรงเป้าหมายและการฝึกฝน AI สำหรับหลายคนแล้ว การขาดความโปร่งใสที่ชัดเจนและความยินยอมที่มีความหมายทำให้การรวมบริการนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการสอดส่องดูแลมากกว่า
AI Overviews เป็นเพียงอีกช่องทางหนึ่งสำหรับ Google ในการผลักดัน AI เข้ามาในชีวิตโดยการเปลี่ยนประสบการณ์การค้นหาเริ่มต้นของระบบ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วยกับการเข้ามาแทนที่ของ AI นี้ โดยเฉพาะเมื่อมีการสร้างไว้ในบริการที่ผู้คนใช้งานกันอยู่ทุกวัน หากเห็นด้วย การปิดใช้งาน AI Overviews ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
แต่หากจริงจังกับการปกป้องข้อมูลไม่ให้เข้าสู่ระบบ AI ของ Google ขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ ลดการพึ่งพา Google ตั้งแต่แรกเริ่ม
ถัดไป สามารถเปลี่ยนไปใช้ ระบบนิเวศที่เข้ารหัส ซึ่งมีความเชื่อว่าความเป็นส่วนตัวควรเป็นค่าเริ่มต้นบนอินเทอร์เน็ต ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มา AI นั้นมีประโยชน์ แต่ควรเลือกได้ มีความโปร่งใส และสร้างขึ้นตามความยินยอม ผู้ช่วย AI(หน้าต่างใหม่) ของเราไม่เคยบันทึกหรือนำข้อมูลไปฝึกฝนอย่างเด็ดขาด เมื่อพูดถึงเรื่องการค้นหา สามารถเลือกใช้ เครื่องมือค้นหาของยุโรป ที่มีคุณสมบัติ AI แบบให้ผู้ใช้เลือกได้ หรือจะเลือกแบบไม่มี AI เลยก็ได้เช่นกัน
Google ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เครื่องมือ AI มีผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะใช้งาน AI ในการทำงานหรือในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจวิธีที่ข้อมูลถูกจัดการอย่างแน่ชัด เนื่องจากค่าเริ่มต้นของ Big Tech มักไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้






