หากเคยเป็นเจ้าของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทใดก็ตาม ย่อมรู้ดีถึงความยุ่งยากเมื่อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเต็ม ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แล็ปท็อป หรือคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ดูเหมือนว่าจะไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับไฟล์ทั้งหมดเสมอ ขอนำเสนอวิธีง่ายๆ ในการเพิ่มพื้นที่ว่างในดิสก์
ถอนการติดตั้งโปรแกรมที่ไม่จำเป็น
สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบหากพื้นที่ในดิสก์เหลือน้อยคือสิ่งที่ติดตั้งไว้ในระบบ อาจเป็นไปได้ว่ามีโปรแกรมขนาดใหญ่บางโปรแกรมที่ใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูล ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว โดยเฉพาะเกมที่มักใช้พื้นที่จำนวนมาก การถอนการติดตั้งเกมที่เล่นจบแล้วบางส่วนน่าจะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างในฮาร์ดดิสก์ได้มาก
ในระบบ Windows การถอนการติดตั้งโปรแกรมนั้นง่ายดายมาก เพียงไปที่ Control Panel ผ่านแถบงาน ไปที่แท็บ Programs จากนั้นคลิกขวาที่โปรแกรมที่ต้องการลบ แล้วคลิก Uninstall

สำหรับผู้ใช้ macOS กระบวนการจะคล้ายกัน เพียงไปที่ Launchpad จากนั้นคลิกแอปใดๆ ค้างไว้จนกว่าจะสั่น จากนั้นคลิก Delete และแอปนั้นจะถูกลบออก

ในระบบมือถือ ให้ค้นหาแอปที่ต้องการลบออก แตะค้างไว้จนกว่ากล่องโต้ตอบจะแสดงขึ้นมา แล้วเลือก Uninstall ใน Android หรือ Delete ใน iOS

ล้างโฟลเดอร์อย่างสม่ำเสมอ
การตรวจสอบอุปกรณ์เพื่อหาโปรแกรมที่ไม่จำเป็นเป็นประจำถือเป็นนิสัยที่ดี แต่ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะช่วยป้องกันไม่ให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนอุปกรณ์เต็ม สิ่งอื่นที่ต้องคอยดูแลคือโฟลเดอร์ต่างๆ โดยเฉพาะโฟลเดอร์ดาวน์โหลดที่มักจะสะสมข้อมูลขยะจำนวนมาก และการตรวจสอบบ่อยๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีไฟล์ที่ไม่จำเป็นแล้วอยู่เต็มไปหมดก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่า
แนะนำให้ตรวจสอบโฟลเดอร์ทั้งหมดบนอุปกรณ์ต่างๆ เป็นประจำ อาจจะเดือนละครั้ง หากพบไฟล์ที่ไม่จำเป็นแล้วในระบบ Windows ให้เลือกไฟล์เหล่านั้น คลิกขวา จากนั้นคลิก ไอคอนถังขยะ

ใน macOS ให้เลือกไฟล์ที่ต้องการลบและลากไปยังไอคอนถังขยะที่มุมขวาล่างของ Dock

ใน Android และ iOS สาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเต็มมักจะเป็นไฟล์สื่อ แนะนำให้เข้าไปที่โปรแกรมดูรูปภาพและลบรูปภาพหรือวิดีโอที่ดาวน์โหลดมาซึ่งไม่ต้องการแล้วออกไป

จัดเก็บไฟล์ในคลาวด์
การล้างโฟลเดอร์และการถอนการติดตั้งโปรแกรมเป็นการจัดระเบียบดิจิทัลที่ดี แต่ทำได้เพียงกำจัดไฟล์ที่ไม่ต้องการแล้วเท่านั้น แล้วถ้ามีไฟล์จำนวนมากที่ไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ แต่ก็ไม่อยากลบออกเช่นกันล่ะ?
ตัวอย่างเช่น เอกสารการจัดการภาษีหากเป็นเจ้าของบ้านหรือดำเนินธุรกิจ จำเป็นต้องเก็บไว้เป็นเวลาหลายปี ขึ้นอยู่กับสถานที่อยู่อาศัย และอาจจะไม่อยากลบคลังรูปภาพ หรือทิ้งผลงานที่ภาคภูมิใจเป็นพิเศษเช่นกัน
วิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดการกับปัญหานี้คือการใช้ พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ซึ่งช่วยให้สามารถจัดเก็บไฟล์ไว้บนเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลได้อย่างปลอดภัยจากการถูกรบกวน โดยไม่ทำให้ฮาร์ดไดรฟ์รกรุงรัง การอัปโหลดไฟล์ไปยังบริการและกู้คืนสามารถทำได้ง่าย โดยการดำเนินการทั้งสองอย่างใช้การคลิกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
แน่นอนว่าเมื่อเก็บไฟล์ไว้บนเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล ผู้ดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์นั้นจะสามารถมองเห็นสิ่งที่จัดเก็บไว้ได้หากต้องการ ด้วยเหตุนี้จึงมีการพัฒนา Proton Drive บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่ใช้ การเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งทำให้ไม่มีใครสามารถเข้าถึงไฟล์ได้นอกจากเจ้าของข้อมูลและผู้ที่แชร์ไฟล์ด้วย แม้แต่ Proton เองก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่จัดเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการเข้ารหัสอย่างครบถ้วน หมายความว่ามีความปลอดภัยแม้ในระดับฮาร์ดแวร์
วิธีนี้ยอดเยี่ยมสำหรับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยด้วย เนื่องจากแม้ว่าแฮกเกอร์จะบุกรุกเซิร์ฟเวอร์ได้สำเร็จ สิ่งเดียวที่จะได้ไปก็คือไฟล์ต่างๆ ที่เข้ารหัสไว้ ซึ่งแทบจะไม่มีมูลค่าใดๆ เลย
หากต้องการคลาวด์เพื่อการใช้งานที่มากกว่าแค่การจัดเก็บข้อมูล Proton Drive ยังมีการนำเสนอการ ซิงค์ข้อมูล ซึ่งหมายความว่าไฟล์ใดๆ ที่เลือกไว้บนฮาร์ดไดรฟ์จะถูกทำซ้ำในคลาวด์โดยอัตโนมัติ เพื่อเป็นเกราะป้องกันในกรณีที่ดิสก์เสียหาย สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีคลังรูปภาพขนาดใหญ่ ยังมี คุณสมบัติการสำรองข้อมูลรูปภาพ ที่ช่วยให้จัดการพื้นที่บนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
หากเป้าหมายคือการรักษาฮาร์ดไดรฟ์ไม่ให้รกรุงรัง การใช้ Proton Drive เพื่อจัดเก็บข้อมูลถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มีการมอบพื้นที่ให้บริการฟรีสูงสุดถึง 5 GB ซึ่งหมายความว่าสามารถจัดเก็บไฟล์ได้ จำนวนมาก ก่อนที่จะต้องกังวลเรื่องการชำระเงินใดๆ
แต่หากต้องการพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติม สามารถ อัปเกรดเป็น Proton Unlimited เพื่อรับพื้นที่ขนาด 500 GB รวมถึงสิทธิ์การเข้าถึงระดับพรีเมียมในบริการที่เข้ารหัสอื่นๆ ทั้งหมด เช่น อีเมล, ปฏิทิน, VPN(หน้าต่างใหม่) และ โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน
Proton ได้รับการสนับสนุน 100% จากการสมัครสมาชิกแบบชำระเงินจากชุมชนผู้ใช้ ดังนั้นรูปแบบธุรกิจเพียงอย่างเดียวคือการเผยแพร่การเข้าถึงความเป็นส่วนตัว เมื่อลงทะเบียนใช้ Proton Drive จะเป็น การเข้าร่วมการเคลื่อนไหว เพื่อสร้างอินเทอร์เน็ตที่ดีขึ้น






