การโจมตีทางไซเบอร์มีความเป็นอัตโนมัติ ขยายขนาดได้ และกำหนดเป้าหมายได้มากกว่าที่เคย ความผิดพลาดด้านความปลอดภัยเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ทั้งองค์กรต้องเผชิญกับการละเมิดข้อมูล แรนซัมแวร์ และความเสียหายต่อชื่อเสียง ภัยคุกคามพัฒนาไปอย่างรวดเร็วในโลกที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างสูงในปัจจุบัน แต่หลักการสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายกลับยังคงมีเสถียรภาพอย่างน่าประหลาดใจ
บทความนี้จะพาไปดูแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์หกประการ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเครือข่ายธุรกิจยุคใหม่ที่ปลอดภัยและยืดหยุ่น
- นำสถาปัตยกรรมแบบ Zero Trust มาใช้
- ดูแลระบบทั้งหมดให้อัปเดตแล้วและติดตั้งแพตช์อยู่เสมอ
- ใช้เครื่องมือความปลอดภัยของเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ
- ใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย
- จัดทำแผนสำรองข้อมูลและการกู้คืนข้อมูลจากภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ
- ลงทุนในการฝึกอบรมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
1. นำสถาปัตยกรรมแบบ Zero Trust มาใช้
ต่างจากโมเดลการรักษาความปลอดภัยขอบเขตแบบดั้งเดิมที่ป้องกันทุกอย่างภายนอกเครือข่ายแต่เชื่อถือทุกอย่างภายใน สถาปัตยกรรมแบบ Zero Trust สันนิษฐานว่าภัยคุกคามสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทั้งภายนอกและภายในเครือข่าย ซึ่งหมายความว่าคำขอเข้าถึงทุกรายการ ไม่ว่าจะมาจากแหล่งใด จะต้องผ่านการยืนยันตัวตนและการตรวจสอบสิทธิ์อย่างเข้มงวดก่อนจะได้รับอนุญาต
แนวทางนี้จะช่วยลดพื้นที่การโจมตีได้อย่างมาก และจำกัดการละเมิดข้อมูลด้วยการป้องกันการเคลื่อนที่ในแนวระนาบ lateral movement ดังนั้น หากเกิดการละเมิดข้อมูลขึ้น ขอบเขตความเสียหายก็จะถูกจำกัดไว้ หลักการสำคัญเบื้องหลังโมเดลความปลอดภัยแบบ Zero Trust คือ:
- บังคับใช้สิทธิ์การเข้าถึงขั้นต่ำสุดเท่าที่จำเป็น
- ใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องและตรวจเช็คอุปกรณ์ (ดูด้านล่าง)
- แบ่งส่วนเครือข่ายภายในเพื่อสร้างโซนความปลอดภัยที่ละเอียด (เช่น การเงิน, ฝ่ายบุคคล, ฝ่ายพัฒนา) และบังคับใช้นโยบายที่เข้มงวดสำหรับทราฟฟิกระหว่างโซนเหล่านั้น
VPN for Business ของ Proton มีบริการ ที่อยู่ IP เฉพาะ และเกตเวย์ (การจัดกลุ่มเชิงตรรกะของ IP เฉพาะ) ที่ปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่นสูง เพื่อจำกัดการเข้าสู่ระบบ ช่วยให้อุปกรณ์ที่ได้รับอนุมัติเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายได้ ซึ่งช่วยให้สามารถกำหนดและแบ่งส่วนสิทธิ์เพื่อให้พนักงานเห็นเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น
การเข้าสู่ระบบแต่ละครั้งสามารถรักษาความปลอดภัยได้โดยใช้ MFA(หน้าต่างใหม่) ร่วมกับแอปยืนยันตัวตน เช่น Proton Pass หรือ Proton Authenticator หรือผ่าน คีย์ความปลอดภัยที่เป็นฮาร์ดแวร์ ซึ่งรองรับการยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวมาตร เช่น YubiKey
2. ดูแลระบบทั้งหมดให้อัปเดตแล้วและติดตั้งแพตช์อยู่เสมอ
ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับแพตช์ยังคงเป็นหนึ่งในช่องทางการโจมตีที่ถูกใช้ประโยชน์มากที่สุด โดย 60% ของการละเมิดข้อมูล(หน้าต่างใหม่) นั้นเกี่ยวข้องกับช่องโหว่ที่ทราบแต่ยังไม่ได้รับแพตช์
ตัวอย่างเด่นๆ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้แก่ การละเมิดข้อมูลของ Salesforce(หน้าต่างใหม่) ซึ่งแฮ็กเกอร์ได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ไม่ได้แพตช์ในการผสานรวม Salesforce เข้ากับเครื่องมือบุคคลที่สาม เช่น Drift และ SalesLoft, ช่องโหว่ MOVEit Transfer(หน้าต่างใหม่) ซึ่งเป็นผลมาจากช่องโหว่ซีโรเดย์ zero-day ที่ไม่ได้แพตช์ในซอฟต์แวร์รับส่งไฟล์ MOVEit และการโจมตี Microsoft Exchange Server ในปี 2024(หน้าต่างใหม่) ที่ช่องโหว่ ProxyNotShell และช่องโหว่อื่นๆ ที่ทราบกันดีในเซิร์ฟเวอร์ Exchange ที่ไม่ได้รับการติดตั้งแพตช์ถูกเจาะข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์
หากเป็นไปได้ ให้ใช้ซอฟต์แวร์จัดการเอนด์พอยต์เพื่อรักษาความสอดคล้องตามข้อกำหนด ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการแพตช์ข้อมูลบนอุปกรณ์ของทีมจะมีความสม่ำเสมอ ทำให้การระบุและแก้ไขช่องโหว่ง่ายขึ้น และลดภาระงานที่ต้องทำด้วยตนเองของทีม หากไม่มีตัวเลือกการอัปเดตแบบอัตโนมัติ (เช่น ในสภาพแวดล้อมแบบ BYOD) การบังคับใช้นโยบายการจัดการแพตช์ด้วยตนเองอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งจำเป็น
3. ใช้เครื่องมือความปลอดภัยของเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ
เครื่องมือความปลอดภัยของเครือข่าย คือโซลูชันซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่ปกป้องข้อมูล ระบบ และผู้ใช้ขององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งช่วยป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต ตรวจจับและสกัดกั้นการโจมตี บังคับใช้นโยบายความปลอดภัย และรักษาการปฏิบัติตามข้อกำหนด
ที่สำคัญ ระบบเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อถูกสร้างขึ้นโดยมีเลเยอร์เสริมหลายๆ ชั้น โดยแต่ละส่วนจะจัดการกับภัยคุกคามประเภทต่างๆ และมอบความสามารถในการมองเห็น การควบคุม และการตอบสนอง
- เครื่องมือตรวจจับและตอบสนองของเอนด์พอยต์ (EDR): ตรวจสอบ บันทึก และวิเคราะห์กิจกรรมบนอุปกรณ์เอนด์พอยต์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายของบริษัทอย่างต่อเนื่อง (เช่น แล็ปท็อป เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์เคลื่อนที่) โดยเครื่องมือเหล่านี้จะตรวจจับพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ตรวจสอบเหตุการณ์ และดำเนินการตอบสนองโดยอัตโนมัติหรือให้คำแนะนำเมื่อเกิดภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น สำหรับเครื่องมือตรวจจับและตอบสนองที่มีการจัดการ (MDR) นั้นมีความคล้ายคลึงกัน ยกเว้นจะได้รับการจัดการอย่างเต็มรูปแบบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เป็นบุคคลที่สามจากภายนอกเพื่อตรวจสอบตลอด 24/7 ตรวจสอบ และตอบสนองต่อภัยคุกคามในนามขององค์กร
- ซอฟต์แวร์แอนติไวรัส: แม้ว่าเครื่องมือ EDR และ MDR จะได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับการโจมตีที่มีความซับซ้อนหรือมุ่งเป้าหมายมากกว่า แต่ซอฟต์แวร์แอนติไวรัส (AV) แบบดั้งเดิมยังคงเป็นแนวป้องกันด่านแรกที่มีคุณค่า โดยจะช่วยสกัดกั้นภัยคุกคามในแต่ละวันที่พนักงานมีโอกาสพบเจอมากที่สุด (เช่น ไฟล์แนบอีเมลที่ติดไวรัส หรือการดาวน์โหลดที่เป็นอันตราย)
- VPN สำหรับธุรกิจ: ด้วย VPN สำหรับธุรกิจบนคลาวด์ที่ทันสมัย จะสามารถรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงทรัพยากรของบริษัทจากระยะไกลได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้เฉพาะบุคลากรที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงระบบได้ นอกจากนี้ VPN สำหรับธุรกิจ ยังช่วยให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดของบริษัทเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น หลบเลี่ยงการเซ็นเซอร์และการจำกัดทางภูมิศาสตร์ และเพิ่มระดับการป้องกันต่อ การโจมตีเพื่อปฏิเสธการให้บริการ (DoS)(หน้าต่างใหม่) โดยการซ่อนที่อยู่ IP จริงของทรัพยากรของบริษัท
- โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน: ข้อผิดพลาดของมนุษย์ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ใหญ่ที่สุดของการละเมิดข้อมูล และการใช้รหัสผ่านซ้ำก็เป็นตัวการสำคัญ โปรแกรมจัดการรหัสผ่านสำหรับธุรกิจ จะช่วยสร้างสุขอนามัยของรหัสผ่านที่ดีด้วยการสร้างและจัดเก็บการเข้าสู่ระบบที่รัดกุมและไม่ซ้ำกันสำหรับแต่ละบัญชี
Proton VPN for Business เป็นโซลูชัน VPN ที่มีฐานอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้รับการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบและเป็นโอเพนซอร์ส ซึ่งช่วยปกป้องพนักงานที่ทำงานจากระยะไกลและช่วยให้เข้าถึงทรัพยากรของบริษัทได้อย่างปลอดภัยจากทั่วทุกมุมโลก
Proton Pass for Business (ซึ่งได้รับการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบและเป็น โอเพนซอร์ส เช่นกัน) ช่วยให้มั่นใจได้ว่าพนักงานจะรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงทรัพยากรอันมีค่าของบริษัทด้วยการใช้ รหัสผ่านที่รัดกุม (พร้อมระบบรองรับ 2FA และพาสคีย์ในตัว) ข้อมูลยืนยันตัวตนการเข้าสู่ระบบจะได้รับการจัดเก็บโดยใช้ การเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง และสามารถ แชร์ได้อย่างปลอดภัยและง่ายดายในหมู่สมาชิกในทีม ในฐานะผู้ดูแลระบบ จะสามารถปรับใช้ Proton Pass ทั่วทั้งองค์กรได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนรับพนักงานใหม่เข้าทำงานหรือยกเลิกการเข้าถึงสำหรับพนักงานที่ลาออกได้อย่างรวดเร็วด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือความปลอดภัยของเครือข่ายที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องธุรกิจ
4. ใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย
การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) มอบการปกป้องอีกขั้นสำหรับบัญชีธุรกิจของทีม โดยกำหนดให้ต้องใช้มากกว่าแค่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบ MFA จะช่วยป้องกันการเข้าถึงทรัพยากรของบริษัท แม้ว่ารหัสผ่านจะเกิดการรั่วไหลก็ตาม
วิธีการ MFA ทั่วไป ได้แก่ แอปยืนยันตัวตน TOTP คีย์และบัตรความปลอดภัย และข้อมูลชีวมาตร โซลูชันความปลอดภัย MFA สมัยใหม่ เช่น Yubikey ได้รวมเอาความปลอดภัยทางกายภาพ (คีย์) เข้ากับ ข้อมูลชีวมาตร (การสแกนลายนิ้วมือ)
แอป Proton ส่วนใหญ่รองรับการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัยผ่านทาง แอปยืนยันตัวตน TOTP หรือ คีย์ความปลอดภัย FIDO2 2FA (เช่น YubiKey) และยังมีแอปยืนยันตัวตนแบบสแตนด์อโลน (Proton Authenticator) คอยให้บริการด้วย รวมถึงสามารถ สร้างรหัส TOTP ใน Proton Pass ได้อย่างสะดวกและปลอดภัยอีกด้วย
5. จัดทำแผนสำรองข้อมูลและการกู้คืนข้อมูลจากภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ
การวางแผนสำรองข้อมูลและการกู้คืนจากภัยพิบัติ (BDR) คือตาข่ายนิรภัยในการป้องกันเหตุการณ์ร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นแรนซัมแวร์ ภัยธรรมชาติ หรือเพียงแค่ระบบล่ม การมีข้อมูลสำรองที่เชื่อถือได้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะสามารถดำเนินต่อไปได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
กฎการสำรองข้อมูล 3-2-1 แบบเดิม — สำเนาระดับท้องถิ่นสองชุดบนสื่อที่ต่างกัน (เช่น เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานจริงหรือเวิร์กสเตชัน และ NAS ระดับท้องถิ่น) บวกกับสำเนานอกสถานที่หรือสำเนาบนคลาวด์ — ได้พัฒนาขึ้นเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบัน (โดยเฉพาะแรนซัมแวร์) แต่หลักการสำคัญยังคงใช้ได้อยู่ กฎ 3-2-1-1-0 ยุคใหม่ได้เพิ่มสิ่งต่อไปนี้:
- เลข 1 เพิ่มเติม: สำเนาที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือถูกตัดขาดการเชื่อมต่อ air-gapped ซึ่งไม่สามารถแก้ไข ลบ หรือตกเป็นเป้าหมายของแรนซัมแวร์ได้
- 0: หมายถึง ความล้มเหลวเป็นศูนย์ zero failures ผ่านการตรวจสอบข้อมูลสำรองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการสำรองข้อมูลสำเร็จ และหากพบปัญหาใดๆ จะต้องแก้ไขทันที
Proton Drive for Business คือโซลูชันพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่เข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางอย่างปลอดภัย ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 27001 ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานระดับโลกด้านความปลอดภัยของข้อมูล นอกจากนี้ ทีมงานยังสามารถจัดการไฟล์สำคัญอย่างปลอดภัยและทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์โดยใช้ Proton Docs และ Proton Sheets ได้อีกด้วย
6. ลงทุนในการฝึกอบรมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
พนักงานเป็นทั้งสินทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและอาจเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดเช่นกัน การฝึกอบรมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยที่ครอบคลุมจะเปลี่ยนพนักงานจากจุดอ่อนให้กลายเป็นแนวป้องกันด่านแรก ตัวอย่างเช่น การจำลองสถานการณ์ฟิชชิ่งแสดงให้เห็นว่าการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยสามารถ ลดอัตราการคลิกได้ถึง 86%(หน้าต่างใหม่) โดยการฝึกอบรมควรครอบคลุมในเรื่อง:
- การรับรู้ถึงฟิชชิ่งและวิศวกรรมสังคม
- แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดการรหัสผ่าน
- ขั้นตอนการทำงานระยะไกลอย่างปลอดภัย
- นโยบายการจัดการข้อมูล
- ขั้นตอนการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
การให้รางวัลแก่พนักงานที่ปฏิบัติตามแนวทางการรักษาความปลอดภัยที่ดีจะช่วยเน้นย้ำบทเรียนที่ได้รับระหว่างการฝึกอบรม และส่งเสริมการปฏิบัติตามข้อกำหนด
การจัดการความปลอดภัยของเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพช่วยให้บริษัทปลอดภัยอยู่เสมอ
ความปลอดภัยของเครือข่ายสมัยใหม่ต้องอาศัยแนวทางที่ครอบคลุมและหลากหลายชั้น ซึ่งจัดการทั้งการควบคุมทางเทคนิคและปัจจัยของมนุษย์ การนำเคล็ดลับความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญเหล่านี้ไปใช้จะช่วยให้องค์กรลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างมาก ปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน และรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจในสภาพแวดล้อมภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ความปลอดภัยคือการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง การประเมินอย่างสม่ำเสมอ การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และความมุ่งมั่นต่อความปลอดภัยในทุกระดับขององค์กรเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างแนวป้องกันที่ยืดหยุ่นซึ่งสามารถต้านทานภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนในปัจจุบันได้






