Google ประกาศ(หน้าต่างใหม่)ว่าคุณสมบัติ Dark Web Report จะปิดให้บริการในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2026 โดยการสแกนจะสิ้นสุดในวันที่ 15 มกราคม ซึ่งหมายความว่า Google จะหยุดตรวจสอบแหล่งที่มาในดาร์กเว็บเพื่อหาข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหล และจะไม่ได้รับการแจ้งเตือนอีกต่อไปหากข้อมูลถูกเปิดเผยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการละเมิดข้อมูล

บริษัทระบุว่าได้ตัดสินใจนำคุณสมบัตินี้ออก หลังจากข้อเสนอแนะแสดงให้เห็นว่า Google Dark Web Report ไม่สามารถให้ขั้นตอนการติดตามผลที่เป็นประโยชน์ได้ แม้จะมีการรับรองว่าจะปกป้องผู้ใช้จากภัยคุกคามออนไลน์ต่อไป แต่การตัดสินใจนี้อาจทำให้รู้สึกว่าไม่มีอะไรที่สามารถทำได้มากนักเมื่อ ข้อมูลรั่วไหลทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกังวล: ไม่ใช่เรื่องที่ไร้ทางหนีทีไล่ เนื่องจากยังมีสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถทำได้เพื่อลดความเสียหาย

Google Dark Web Report คืออะไร

Dark Web Report ของ Google ซึ่งเปิดตัวในปี 2023 เป็นคุณสมบัติความปลอดภัยที่บัญชี Google ทั่วไปสามารถใช้เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏบนดาร์กเว็บอันเป็นผลมาจากการละเมิดข้อมูลหรือการรั่วไหลหรือไม่ ข้อมูลนี้อาจรวมถึงชื่อ ที่อยู่อีเมล รหัสผ่าน หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่บ้าน และ หมายเลขประกันสังคม หาก Google พบข้อมูลที่ตรงกัน จะแจ้งเตือนและอธิบายว่าข้อมูลใดที่ถูกเปิดเผย

ในขณะที่การยกเลิกคุณสมบัติ Dark Web Report กำลังจะเกิดขึ้น Google ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือรักษาความปลอดภัยถัดไปที่กำลังพัฒนา อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากการที่บริษัทถอนตัวจากโครงการริเริ่ม Privacy Sandbox (ความพยายามในการแทนที่คุกกี้ติดตามของบุคคลที่สามด้วยเทคโนโลยีโฆษณาที่เน้นความเป็นส่วนตัว) และการละเมิดข้อมูล Gmail ในปี 2025 จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าทำไมบางคนอาจตั้งคำถามว่ามาตรการใหม่จะมีประสิทธิภาพเพียงใด

ต้องทำอย่างไรกับบัญชี Google ในตอนนี้?

หากมีบัญชี Google ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ ในทันที ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Dark Web Report ของ Google จะถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งหมายถึงข้อมูลที่รวบรวมสำหรับรายงานเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บไว้ที่อื่นในบัญชี Google

บริษัทแนะนำให้ใช้คุณสมบัติ “Results about you” เพื่อค้นหาและขอให้ลบข้อมูลออกจากการค้นหาของ Google อย่างไรก็ตาม การใช้คุณสมบัตินั้นกำหนดให้ต้องส่งรายละเอียดส่วนบุคคลเพิ่มเติมไปยัง Google ซึ่งบางคนอาจไม่สะดวกใจ แม้ว่าข้อมูลนั้นจะถูกลบออกจากการค้นหาของ Google แล้ว แต่ก็อาจยังคงปรากฏในเครื่องมือค้นหาอื่นหรือบนเว็บไซต์ต้นทางที่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว

วิธีป้องกันตนเองหลังจากการละเมิดข้อมูล

การพบว่าข้อมูลอาจแพร่กระจายอยู่บนดาร์กเว็บไม่ได้หมายความว่าจะถูกแฮกเสมอไป แต่ควรดำเนินมาตรการป้องกันขั้นพื้นฐานบางประการ:

1. เปลี่ยนรหัสผ่านในบัญชีที่ได้รับผลกระทบ

เริ่มต้นด้วยบริการที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดข้อมูล จากนั้นอัปเดตรหัสผ่านในที่อื่นๆ ทั้งหมดที่เคยใช้ซ้ำ ใช้ โปรแกรมสร้างรหัสผ่าน เพื่อสร้างรหัสผ่านที่คาดเดายากและไม่ซ้ำกัน และใช้ โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน เพื่อจัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย

2. เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนผ่านสองขั้นตอน (2FA)

เปิดใช้งาน 2FA ในทุกที่ที่พร้อมใช้งาน โดยให้ความสำคัญกับบัญชีที่ละเอียดอ่อน เช่น อีเมล การธนาคาร พื้นที่จัดเก็บคลาวด์ และโซเชียลมีเดีย แอปยืนยันตัวตนหรือคีย์ความปลอดภัยฮาร์ดแวร์มีความปลอดภัยมากกว่ารหัสที่ส่งทาง SMS

Proton Pass มี แอปยืนยันตัวตน 2FA ในตัว สำหรับบัญชีที่จัดเก็บไว้ทั้งหมด นอกจากนี้ยัง แจ้งเตือน เมื่อมีรหัสผ่านที่คาดเดาง่ายหรือใช้ซ้ำ หรือบัญชีที่ปิดใช้งานการยืนยันตัวตนผ่านสองขั้นตอน

3. ตรวจสอบบัญชีเพื่อหากิจกรรมที่ผิดปกติ

คอยระวังการแจ้งเตือนการเข้าสู่ระบบ อีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านที่ไม่ได้ขอ อุปกรณ์เข้าสู่ระบบที่ไม่คุ้นเคย หรือการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในบัญชีทางการเงิน

เมื่อใช้ Proton Pass จะสามารถ ตรวจสอบเซสชันที่ใช้งานอยู่ และยกเลิกการเข้าถึงจากอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก หรือออกจากระบบทุกเซสชันยกเว้นเซสชันปัจจุบัน เพื่อการป้องกันที่ดียิ่งขึ้น ให้เปิดใช้งานโปรแกรมความปลอดภัยสูง Proton Sentinel ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันความพยายามในการยึดครองบัญชี

4. ระมัดระวังการพยายามฟิชชิ่ง

ข้อมูลจากการละเมิดข้อมูลมักถูกนำไปใช้เพื่อการหลอกลวงแบบเจาะจงเป้าหมาย ควรระมัดระวังอีเมลหรือข้อความสั้นที่อ้างอิงถึงรายละเอียดส่วนบุคคลหรือกดดันให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว เช่น ข้อความที่อ้างว่ามาจาก Gmail หรือธนาคารที่ขอให้รีเซ็ตรหัสผ่าน หากมีข้อสงสัย ให้ยืนยันข้อความโดยติดต่อบริษัทโดยตรงผ่านเว็บไซต์หรือแอปอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ผ่านข้อมูลการติดต่อที่ให้ไว้ในข้อความ

5. ลบข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นออกทางออนไลน์

ลบบัญชีเก่าและจำกัดปริมาณข้อมูลระบุตัวตนที่แสดงบนโปรไฟล์สาธารณะ ฟอรัม และเว็บไซต์นายหน้าค้าข้อมูล การลบข้อมูลส่วนบุคคลออกจากอินเทอร์เน็ต จะไม่สามารถลบการละเมิดข้อมูลในอดีตได้ แต่สามารถลดการเปิดเผยข้อมูลในอนาคตได้

6. เฝ้าระวังข้อมูลทางการเงินและเครดิต

หากข้อมูลทางการเงินหรือหมายเลขประกันสังคมถูกเปิดเผย ควรพิจารณาตั้งค่าการแจ้งเตือนการทุจริตหรือระงับเครดิตกับผู้ให้บริการข้อมูลเครดิตรายใหญ่ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารและบัตรเครดิตอย่างสม่ำเสมอเพื่อหาการเรียกเก็บเงินที่ไม่ได้รับอนุญาต

เลือกเครื่องมือที่เน้นความเป็นส่วนตัวสำหรับการตรวจสอบและแจ้งเตือนการละเมิดข้อมูล

เช่นเดียวกับการถอนตัวจากโครงการริเริ่ม Privacy Sandbox ของ Google การยุติเครื่องมือ Dark Web Report เป็นสิ่งเตือนใจว่าเครื่องมือรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสามารถหายไปได้เมื่อเครื่องมือเหล่านั้นไม่ใช่รากฐานที่สำคัญสำหรับธุรกิจของบริษัท

หากต้องการสิ่งที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้นและมีความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับแรก Proton Pass มีแนวทางที่แตกต่างออกไป เครื่องมือ การตรวจสอบดาร์กเว็บ ไม่ใช่คุณสมบัติเสริมหรือคุณสมบัติชั่วคราว แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการออกแบบโปรแกรมจัดการรหัสผ่าน โดยมีคุณสมบัติที่จะแจ้งเตือนเมื่อข้อมูลปรากฏในการละเมิดข้อมูลที่ทราบ และช่วยให้รับมือได้ทันท่วงทีก่อนที่ข้อมูลนั้นจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

นอกจากนี้ยังได้สร้าง Data Breach Observatory เพื่อค้นหาข้อมูลที่รั่วไหลบนดาร์กเว็บทันทีที่ปรากฏ แทนที่จะต้องรอให้บริษัทต่างๆ ประกาศการละเมิดข้อมูล ทำให้มีเวลามากขึ้นในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและการตั้งค่าความปลอดภัย