Google Photos สัญญาว่าจะ เก็บรักษาความทรงจำให้ปลอดภัย เป็นระเบียบเรียบร้อย และเข้าถึงได้เสมอ แต่นวัตกรรมความสะดวกสบายนี้ก็มีราคาที่ต้องจ่าย แม้ว่ารูปภาพอาจได้รับการปกป้องจากแฮกเกอร์ แต่ก็ไม่ได้เป็นส่วนตัวเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก Google เอง ตั้งแต่ แนวทางปฏิบัติด้าน AI ที่ไม่ชัดเจน(หน้าต่างใหม่) ไปจนถึงกรณีที่ผู้คนสูญเสียบัญชีทั้งหมดเนื่องจากรูปภาพที่ถูกตีความผิดพลาด ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวจึงมักถูกมองข้ามไป
หากคิดว่าการสมัครสมาชิก Google One จะช่วยซื้อความเป็นส่วนตัวได้ โปรดทราบว่าการสมัครสมาชิกดังกล่าวให้เพียงพื้นที่จัดเก็บที่มากขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ปกป้องข้อมูลให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ที่ใช้งานฟรีหรือแบบชำระเงิน ข้อมูลก็ยังคงถูกนำไปป้อนเข้าระบบอยู่ดี
บทความนี้จะวิเคราะห์ว่า Google Photos มีความปลอดภัยเพียงใด และเหตุใดการเปลี่ยนไปใช้บริการทางเลือกที่ปลอดภัยและเน้นความเป็นส่วนตัวเป็นหลักอย่าง Proton Drive จึงอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องรูปภาพอย่างเต็มที่
- Google Photos ปลอดภัยเพียงใด
- Google Photos เคารพความเป็นส่วนตัวหรือไม่?
- Google Photos ขาดความโปร่งใส
- เก็บรักษารูปภาพให้ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวด้วย Proton Drive
Google Photos ปลอดภัยเพียงใด
แม้ว่า Google จะมี ระบบต่าง ๆ คอยดูแล(หน้าต่างใหม่) เพื่อปกป้องรูปภาพและข้อมูล แต่ระบบเหล่านั้นก็ไม่ได้รับประกันความเป็นส่วนตัวหรือการควบคุมอย่างเต็มที่
การเข้ารหัสลับที่แข็งแกร่ง แต่ไม่ใช่จากต้นทางถึงปลายทาง
Google เข้ารหัสข้อมูลระหว่างการส่งผ่าน (in transit) และเมื่อถูกจัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ของ Google (at rest) โดยใช้การเข้ารหัสลับ AES-256 และโปรโตคอล TLS รูปภาพจะได้รับการปกป้องจากบุคคลภายนอกในระหว่างการซิงค์หรือเมื่ออยู่บนคลาวด์ แต่รูปภาพเหล่านั้นไม่ได้รับ การเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง ซึ่ง Google ยังคงสามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ รวมถึงรูปภาพที่สำรองข้อมูลไว้และที่ถูกซ่อนไว้ใน โฟลเดอร์ที่ล็อกไว้ นั่นคือเหตุผลที่บริษัทพยายามที่จะ บิดเบือนความหมายของความเป็นส่วนตัว
แม้จะอยู่ภายใต้ระบบปิดของ Google แต่รูปภาพก็อาจมีความเสี่ยงได้ ในปี 2019 บั๊กใน Google Takeout(หน้าต่างใหม่) (เครื่องมือที่ช่วยให้ดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดได้) ส่งผลให้ผู้ใช้ได้รับวิดีโอจากคลังรูปภาพ Google Photos ของบุคคลอื่น
การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยของบัญชี
สามารถปกป้องบัญชี Google และคลังรูปภาพได้โดยการเปิดใช้งาน การยืนยันตัวตนผ่านสองขั้นตอน (2FA) แม้จะมีผู้อื่นได้รหัสผ่าน รหัสผ่าน ไป แต่ก็ยังจำเป็นต้องใช้การยืนยันตัวตนขั้นตอนที่สองเพื่อเข้าสู่ระบบ เช่น ลายนิ้วมือ ใบหน้า การล็อกหน้าจอ หรือรหัสที่ส่งไปยังโทรศัพท์
การควบคุมลิงก์ที่แชร์อย่างจำกัด
Google Photos ช่วยให้ แชร์รูปภาพกับผู้อื่น ผ่านอีเมลหรือลิงก์สาธารณะได้ แต่ให้การควบคุมและการมองเห็นสิ่งที่แชร์ไปอย่างจำกัด เนื่องจากไม่มีส่วนการแชร์ส่วนกลางสำหรับดูรูปภาพและอัลบั้มที่แชร์ทั้งหมด จึงต้องเปิดแต่ละอัลบั้มและตรวจสอบแท็ก “แชร์แล้ว” ด้วยตนเอง
ขั้นตอนนี้จะยิ่งซับซ้อนขึ้นหากต้องการค้นหาและยกเลิกสิทธิ์การเข้าถึงรูปภาพที่แชร์ เนื่องจากตัวเลือกดังกล่าวถูกซ่อนอยู่ใน ปุ่มบัญชี Google → การตั้งค่า Photos → การแชร์ → จัดการกิจกรรมการแชร์ บนแอปมือถือ

ในทางกลับกัน Proton Drive ช่วยให้ดูลิงก์ที่แชร์ทั้งหมดในที่เดียวได้อย่างง่ายดายผ่านแท็บ แชร์ โดยเฉพาะทั้งบนเว็บ, แอป Android และ iOS โดยสามารถ ยกเลิกการเข้าถึง, ตั้งค่า การป้องกันด้วยรหัสผ่าน สำหรับลิงก์สาธารณะไปยังรูปภาพแต่ละรูปหรือทั้งโฟลเดอร์, กำหนดวันหมดอายุ และติดตามจำนวนครั้งที่มีการดูเนื้อหาที่แชร์ได้
Google Photos เคารพความเป็นส่วนตัวหรือไม่?
เมื่อพูดถึงความเป็นส่วนตัว ข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่ภัยคุกคามจากภายนอก แต่เป็นเรื่องที่ว่า Google นำรูปภาพและข้อมูลที่มอบให้โดยสมัครใจไปใช้ทำอะไรบ้าง
การจัดระเบียบรูปภาพและการจัดทำโปรไฟล์พฤติกรรม
ทุกรูปภาพที่อัปโหลดจะมีข้อมูลเมตา เช่น การประทับเวลา ตำแหน่ง และข้อมูลอุปกรณ์ ซึ่ง Google จะใช้ข้อมูลนี้ร่วมกับคุณสมบัติ AI อย่างการจดจำใบหน้าและการปรับแต่งตามพฤติกรรมของผู้ใช้ในการจัดระเบียบคลังรูปภาพ นอกจากนี้ยังสามารถไฮไลต์อัลบั้มที่เปิดดูบ่อยที่สุดใน “ความทรงจำ” และจดจำสถานที่ กิจกรรม สัตว์เลี้ยง และผู้คนได้อีกด้วย
สามารถปิดใช้งานการตั้งค่าเหล่านี้ได้ที่ ปุ่มบัญชี Google → การตั้งค่า Photos → การตั้งค่าส่วนตัว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า Google จะลืมข้อมูลที่ได้รับรู้ไปแล้ว เป็นเพียงการหยุดปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานเท่านั้น
เทคโนโลยีการจัดกลุ่มใบหน้าไม่รอดพ้นสายตาของหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทต้องเผชิญกับการฟ้องร้องแบบกลุ่มในรัฐอิลลินอยส์ฐานรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลไบโอเมตริกโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างถูกต้อง แทนที่จะต่อสู้คดี Google กลับยอมความอย่างเงียบๆ ในปี 2022 ด้วยมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์(หน้าต่างใหม่) — ซึ่งเป็นเพียงอีกหนึ่งรายการในรายการยาวเหยียดของ ค่าปรับที่เกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว ที่ไม่ค่อยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ
ไม่มีความชัดเจนว่ามีการนำรูปภาพไปใช้ในการฝึกฝน AI หรือไม่
Google ได้เปิดตัว Ask Photos(หน้าต่างใหม่) ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลภาษา Gemini ที่ช่วยให้สามารถค้นหาประวัติรูปภาพได้โดยใช้ภาษาทั่วไป แม้จะมีประโยชน์ แต่ก็นำมาซึ่งคำถามที่ว่า Google วิเคราะห์เนื้อหาลึกซึ้งเพียงใด และอาจเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมจากรูปภาพเหล่านั้นบ้าง นอกจากนี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว(หน้าต่างใหม่) หลักก็ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่ารูปภาพใน Google Photos จะถูกคัดออกจากการฝึกฝน AI โดยค่าเริ่มต้นหรือไม่ ส่งผลให้ผู้ใช้ขาดความชัดเจนเนื่องจาก AI เริ่มเข้ามามีบทบาทและเป็นเทคโนโลยีที่ฝังไว้ในเครื่องมือที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น
การผสานการทำงานกับ Nano Banana ก่อให้เกิดข้อกังวลใหม่เกี่ยวกับการฝึกฝน AI
Google ยังคงผลักดันคุณสมบัติ AI ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini เข้าสู่ Google Photos อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเครื่องมือแก้ไขภาพใหม่ๆ เช่น Nano Banana(หน้าต่างใหม่) ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มใบหน้าส่วนตัวเพื่อทำการแก้ไขภาพอย่างเจาะจง แต่ Google ยังไม่ได้ชี้แจงว่ารูปภาพที่ประมวลผลผ่านเครื่องมือ AI เหล่านี้จะได้รับการยกเว้นจากการนำไปฝึกฝนโมเดลหรือไม่
ในทางปฏิบัติ นโยบายความเป็นส่วนตัวที่ครอบคลุมกว้างกว่าของ Gemini จะถูกนำมาใช้ ซึ่งระบุว่าเนื้อหาของผู้ใช้อาจถูกนำไปใช้เพื่อฝึกฝนและปรับปรุงระบบ AI ของ Google ต่างจาก แชตบอต Gemini ซึ่งอย่างน้อยก็เสนอสิทธิ์ควบคุมการเลือกไม่เข้าร่วมอันจำกัด Google Photos ไม่มีเครื่องมือที่เพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI เวอร์ชันที่เลือกไม่เข้าร่วมได้ ส่งผลให้แทบไม่มีความโปร่งใสหรือทางเลือกใดๆ เกี่ยวกับวิธีการประมวลผล จัดเก็บ และนำรูปภาพไปใช้สำหรับการฝึกฝน AI
จากการระงับบัญชีไปจนถึงการสืบสวนทางกฎหมาย
Google ไม่ได้เพียงแค่รวบรวมข้อมูลเท่านั้น แต่ยังสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการกับสิ่งที่ตรวจพบ ซึ่งบางครั้งอาจส่งผลกระทบที่แก้ไขไม่ได้หรือส่งผลกระทบในวงกว้าง
ในช่วงล็อกดาวน์ พ่อคนหนึ่งในซานฟรานซิสโกได้ถ่ายรูปภาพลูกชายเพื่อส่งให้แพทย์ แต่ Google ทำเครื่องหมายรูปภาพเหล่านั้นว่าเป็นอันตราย(หน้าต่างใหม่) แจ้งความต่อตำรวจ และลบบัญชีทั้งหมดเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงอีเมล รูปภาพ และประวัติการซื้อต่าง ๆ แม้หลังจากที่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจะล้างมลทินให้แล้ว แต่ Google ก็ยังคงปฏิเสธที่จะคืนข้อมูลให้
ในอีกกรณีหนึ่ง แม่คนหนึ่ง สูญเสียสิทธิ์การเข้าถึงบัญชี Google ทั้งหมด(หน้าต่างใหม่) รวมถึงรูปภาพงานแต่งงาน เอกสารภาษี และอีเมลย้อนหลังนับทศวรรษ หลังจากลูกได้อัปโหลดวิดีโอที่ถูกระบบทำเครื่องหมายแจ้งเตือน แม้จะมีการยื่นอุทธรณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าและไม่มีการตอบกลับจาก Google แต่ในที่สุดข้อมูลก็ได้รับการกู้คืนหลังจากสื่อต่าง ๆ นำเสนอข่าวเพื่อดึงความสนใจมายังกรณีนี้
Google Photos ขาดความโปร่งใส
ไม่ว่า Google จะระบุอย่างไรเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว แต่ก็ไม่มีวิธีตรวจสอบข้ออ้างเหล่านั้นได้อย่างเป็นอิสระ เนื่องจาก Google Photos ไม่ใช่โอเพนซอร์ส และระบบต่าง ๆ ก็ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากภายนอก นั่นหมายความว่าต้องเชื่อใจ Google เท่านั้น แม้ว่าข้อมูลที่มีความเสี่ยงจะเป็น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ก็ตาม
วิธีเดียวที่จะรับประกันได้ว่ารูปภาพและข้อมูลจะไม่ตกไปอยู่ในมือของบุคคลอื่นคือการหยุดใช้งาน Google Photos โดยเด็ดขาด หากปัจจุบันเป็นผู้ใช้ ให้เริ่ม ละทิ้ง Google โดย ย้ายรูปภาพไปยัง Proton Drive และ ลบทุกอย่างออกจาก Google Photos เพื่อทวงคืนสิทธิ์ในการควบคุมกลับมา
เก็บรักษารูปภาพให้ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวด้วย Proton Drive
หากกำลังมองหา บริการทางเลือกแทน Google Photos ที่เป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง Proton Drive ขอมอบ การเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางโดยการออกแบบ ซึ่งการป้องกันนี้ไม่สามารถปิดใช้งานได้ รูปภาพและไฟล์ต่าง ๆ จะสามารถเข้าถึงได้โดยผู้ใช้และผู้ที่เลือกแชร์ด้วยเท่านั้น แม้แต่ Proton เองก็ไม่สามารถมองเห็นได้
สามารถ แชร์รูปภาพและทั้งโฟลเดอร์ กับใครก็ได้โดยใช้ที่อยู่อีเมลหรือลิงก์สาธารณะ โฟลเดอร์ที่ได้รับสิทธิ์การเข้าถึงเพื่อแก้ไขจะอนุญาตให้ผู้อื่น (แม้ไม่ได้ใช้งาน Proton) อัปโหลดรูปภาพไปยังบัญชีไดรฟ์ได้ ซึ่งช่วยให้ทำงานร่วมกันบนอัลบั้มที่แชร์ เช่น คอลเลกชันรูปภาพครอบครัว ได้อย่างง่ายดาย
Proton Drive ทำงานได้บนทุกอุปกรณ์ ทั้งผ่านแอป Windows, macOS, Android, iOS และเว็บ ดังนั้นจึงสามารถอัปโหลด ซิงค์ และเข้าถึงรูปภาพได้ทุกที่ พร้อมกับ การสำรองข้อมูลรูปภาพอัตโนมัติ บนมือถือ นอกจากนี้ยังสามารถ ปกป้องบัญชี Proton ด้วย 2FA, การตรวจสอบดาร์กเว็บ เพื่อตรวจหาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดการรั่วไหล และ Proton Sentinel เพื่อการปกป้องขั้นสูงจากการโจมตีแบบกำหนดเป้าหมาย
เช่นเดียวกับแอปทั้งหมดของ Proton บริการไดรฟ์เป็น โอเพนซอร์ส และได้รับการตรวจสอบโดยอิสระ เพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจสอบข้ออ้างได้ ไม่มีการแสดงโฆษณาหรือสอดแนมผู้ใช้ บริการ Proton รวมถึงแผนบริการแบบใช้งานฟรี ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากชุมชนผู้สมัครใช้บริการที่ชำระเงินเท่านั้น ดังนั้นแรงจูงใจเพียงอย่างเดียวคือการปกป้องความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่การหาประโยชน์จากข้อมูล
เริ่มต้นใช้งานพื้นที่จัดเก็บส่วนตัวแบบฟรีขนาด 5 GB บน Proton Drive






