ระบบความปลอดภัยของอีเมลธุรกิจที่ติดตั้งในตัว ไม่ใช่การต่อเติมภายหลัง
ฟิชชิ่ง มัลแวร์ ข้อมูลรั่วไหล ทั้งหมดนี้จะทำได้ยากขึ้นมากเมื่อกล่องขาเข้าทุกกล่องได้รับการรักษาความปลอดภัยตามค่าเริ่มต้น ปกป้องธุรกิจด้วย Proton Mail

ความปลอดภัยทางอีเมลคืออะไร
ความปลอดภัยทางอีเมลคือแนวทางปฏิบัติในการปกป้องกล่องขาเข้าจากการตกเป็นเหยื่อของภัยคุกคามทางไซเบอร์ แต่ไม่ใช่ทุกแนวทางปฏิบัติจะมีประสิทธิภาพเท่ากัน ลำพังเพียงตัวกรองสแปมไม่สามารถป้องกันฟิชชิ่ง มัลแวร์ และการเข้ายึดครองบัญชีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่บัญชีซึ่งถูกโจมตีเพียงบัญชีเดียวก็สามารถทำให้เครือข่ายทั้งหมดตกอยู่ในความเสี่ยงได้ ธุรกิจในปัจจุบันต้องการความปลอดภัยทางไซเบอร์ของอีเมลที่เป็นระบบหลายชั้น ครอบคลุมทั้งองค์กร และติดตั้งมาในตัว ไม่ใช่เพียงการตั้งรับภัยคุกคามแต่ละอย่างเมื่อเกิดขึ้นเท่านั้น นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาบทสนทนาให้เป็นส่วนตัว รักษาความปลอดภัยของข้อมูลยืนยันตัวตน และช่วยให้ทีมทำงานต่อไปได้ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ

ความสำคัญของความปลอดภัยทางอีเมล
ธุรกิจขนาดเล็กสี่ในห้าแห่งเคยประสบกับการละเมิดข้อมูลเมื่อเร็วๆ นี้ และนั่นเป็นเพียงหนึ่งในภัยคุกคามทางไซเบอร์มากมายที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) กำลังเผชิญในปัจจุบัน ฟิชชิ่ง การแอบอ้างบุคคลอื่น การขโมยข้อมูลยืนยันตัวตน มัลแวร์ และการเข้ายึดครองบัญชี ทั้งหมดนี้สามารถเริ่มต้นได้จากอีเมลเพียงฉบับเดียว
ความสูญเสียทางการเงิน
เหตุการณ์เพียงครั้งเดียวสามารถสร้างความเสียหายให้กับบริษัทขนาดเล็กได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์
การหยุดชะงักของการดำเนินงาน
86%(หน้าต่างใหม่) ของเหตุการณ์ความปลอดภัยไซเบอร์ส่งผลให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก ซึ่งครอบคลุมถึงระบบขัดข้อง ความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือทั้งสองอย่าง
ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด
ค่าปรับตามข้อบังคับ GDPR อาจถูกกำหนดไว้สูงถึง 10 ล้านยูโร หรือ 2% ของรายได้ทั่วโลกต่อปี แม้จะเป็นเพียงการละเมิดเพียงเล็กน้อยก็ตาม(หน้าต่างใหม่)
การสูญเสียชื่อเสียง
การเคยถูกละเมิดข้อมูลในอดีตส่งผลต่อวิธีที่ผู้บริโภคมองบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ(หน้าต่างใหม่)
4 ภัยคุกคามความปลอดภัยไซเบอร์ทางอีเมลที่พบบ่อยสำหรับธุรกิจ
การโจมตีทางอีเมลส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยข้อความที่น่าเชื่อถือเพียงข้อความเดียว เช่น คำขอที่ดูเหมือนเป็นงานประจำ ผู้ส่งที่คุ้นเคย หรือในเวลาที่ผู้รับกำลังยุ่งหรือเสียสมาธิ ผู้โจมตีไม่จำเป็นต้องเจาะระบบหากสามารถโน้มน้าวให้เปิดประตูให้ได้ นั่นคือสาเหตุที่อีเมลยังคงเป็นจุดเริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุดสำหรับเหตุการณ์ภัยไซเบอร์ และทำไมการโจมตีบางประเภทจึงมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าประเภทอื่นอย่างมาก
ด้านล่างนี้คือภัยคุกคามทางอีเมลที่ธุรกิจต้องเผชิญบ่อยที่สุด โดยจะเจาะลึกถึงวิธีการทำงาน สิ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ และเหตุใดการป้องกันแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งสิ่งเหล่านี้ได้
ฟิชชิ่ง
คืออะไร: อีเมลฟิชชิ่งคืออีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น หัวหน้าทีมหรือผู้ขาย
ทำไมจึงได้ผล: การโจมตีเหล่านี้สามารถแอบอ้างเป็นบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร เพื่อนร่วมงาน ผู้ขาย หรือแม้แต่ซัพพลายเออร์ประจำ
จะเกิดอะไรขึ้นหากทำสำเร็จ: ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงอีเมล สอดแนมและขโมยข้อมูลที่เป็นความลับ และยังสามารถแอบอ้างตัวตนเพื่อโจมตีลูกค้าและพันธมิตรได้ การโจมตีแบบฟิชชิ่งที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นอาจนำไปสู่การฉ้อโกงทางการเงินโดยตรงได้
มัลแวร์
คืออะไร: มัลแวร์คือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างความเสียหายต่อระบบและขโมยข้อมูล แรนซัมแวร์เป็นมัลแวร์ประเภทที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งจะเข้ารหัสไฟล์จนกว่าจะยอมจ่ายเงินให้แก่ผู้โจมตี
ทำไมจึงได้ผล: ไฟล์แนบที่เป็นอันตรายมักจะดูเหมือนใบแจ้งหนี้ สัญญา หรือเอกสารที่แชร์ ซึ่งเป็นไฟล์ที่พนักงานต้องเปิดดูทุกวัน เมื่อเปิดขึ้นมา มัลแวร์จะทำงานอย่างเงียบๆ อยู่ในพื้นหลัง
จะเกิดอะไรขึ้นหากทำสำเร็จ: หากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลและระบบที่สำคัญ ธุรกิจก็อาจหยุดชะงักจนไม่สามารถดำเนินการได้ มัลแวร์แพร่กระจายผ่านไฟล์แนบและลิงก์
การเข้ายึดครองบัญชี
คืออะไร: ผู้โจมตีจะเข้าถึงอีเมลและสามารถสวมรอยเป็นเจ้าของบัญชีได้ ซึ่งโดยปกติแล้วจะทำโดยการขโมยข้อมูลยืนยันตัวตนผ่านฟิชชิ่ง หรือนำรหัสผ่านที่เคยรั่วไหลจากการละเมิดข้อมูลครั้งก่อนกลับมาใช้ใหม่
ทำไมจึงได้ผล: เมื่อผู้โจมตีเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ใช้จริง ก็ไม่จำเป็นต้องข้ามตัวกรองความปลอดภัยอีกต่อไป เพราะได้เข้ามาอยู่ภายในระบบเรียบร้อยแล้ว อีเมลเหล่านั้นดูน่าเชื่อถือเพราะส่งมาจากบัญชีจริง
จะเกิดอะไรขึ้นหากทำสำเร็จ: บัญชีที่ถูกโจมตีอาจถูกนำไปใช้เพื่อสอดแนมบทสนทนา ขโมยข้อมูลที่ละเอียดอ่อน และส่งการโจมตีที่ดูน่าเชื่อถือไปยังเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และพันธมิตร ซึ่งจะช่วยขยายความเสียหายให้กระจายไปทั่วทั้งเครือข่าย
การปลอมแปลง
คืออะไร: การปลอมแปลงเกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีปลอมแปลงที่อยู่ผู้ส่งเพื่อทำให้อีเมลดูเหมือนส่งมาจากธุรกิจ
ทำไมจึงได้ผล: ผู้รับเชื่อถือชื่อและโดเมนที่คุ้นเคย หากไม่มีการยืนยันตัวตนอีเมลที่ถูกต้อง ก็ยากที่จะบอกว่าอีเมลนั้นส่งมาจากองค์กรจริงหรือไม่
จะเกิดอะไรขึ้นหากทำสำเร็จ: การปลอมแปลงช่วยให้สามารถแอบอ้างเป็นธุรกิจเพื่อเรียกเก็บเงินจากคู่ค้าโดยใช้ใบแจ้งหนี้ปลอม ซึ่งทำลายความน่าเชื่อถือที่มีต่อคู่ค้าและลูกค้า
การโจรกรรมข้อมูล
คืออะไร: การโจรกรรมข้อมูลหรือการจารกรรมข้อมูลเกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีใช้บัญชีที่ถูกโจมตีเพื่อขโมยข้อมูลทางธุรกิจที่ละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลลูกค้าและบันทึกทางการเงิน
ทำไมจึงได้ผล: อีเมลมักมีข้อมูลที่เป็นความลับและข้อมูลที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลเป็นจำนวนมาก และบัญชีที่ถูกโจมตีก็สามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้อย่างเงียบๆ เป็นเวลานาน
จะเกิดอะไรขึ้นหากทำสำเร็จ: ในสถานการณ์เช่นนี้ ธุรกิจอาจละเมิดกรอบข้อบังคับต่างๆ เช่น GDPR และ HIPAA ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการถูกปรับเป็นจำนวนมากและอาจถูกฟ้องร้องจากผู้ที่ได้รับผลกระทบ
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยของอีเมลธุรกิจ: รายการตรวจสอบ
ตั้งค่าการยืนยันตัวตนอีเมล
ปกป้องชื่อเสียงด้วยการตั้งค่าโปรโตคอล SPF, DKIM และ DMARC เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีปลอมแปลงโดเมน โปรโตคอลเหล่านี้จะตรวจสอบว่าอีเมลถูกส่งมาจากธุรกิจจริงและบล็อกอีเมลที่หลอกลวง
เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย
บังคับใช้การยืนยันตัวตนผ่านสองขั้นตอน (2FA) และการลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีเดียว (SSO) ในทุกบัญชี และใช้นโยบายรหัสผ่านที่รัดกุม หากผู้โจมตีเจาะข้อมูลบัญชีสำเร็จ 2FA จะช่วยป้องกันไม่ให้เข้าถึงระบบอื่นๆ ได้
ใช้บริการอีเมลที่เข้ารหัสลับ
การเข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทาง จะปกป้องเนื้อหาของข้อความทั้งหมด เพื่อให้มีเพียงผู้ส่งและผู้รับที่ต้องการเท่านั้นที่สามารถอ่านได้ ซึ่งช่วยปกป้องข้อมูลที่แชร์ผ่านอีเมลธุรกิจจากการรั่วไหล ด้วยบริการอีเมลธุรกิจที่เข้ารหัสลับจากต้นทางถึงปลายทางอย่าง Proton Mail แม้แต่ผู้ให้บริการอีเมลก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้
สร้างแผนรับมืออุบัติการณ์
แผนรับมืออุบัติการณ์จะกำหนดขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจนสำหรับการกักกัน การตรวจสอบ และการกู้คืนเมื่อเกิดการโจมตี เมื่อมีแผนงานที่ชัดเจน ทีมงานจะทราบขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติอย่างแม่นยำ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายอันมีค่า พร้อมทั้งลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด
จัดอบรมพนักงาน
ฝึกอบรมทีมงานให้รู้จักวิธีสังเกตความพยายามทำฟิชชิ่งและรายงานอีเมลที่น่าสงสัย ความตระหนักรู้คือกุญแจสำคัญในการตรวจจับ หลีกเลี่ยง และป้องกันการโจมตี
เปลี่ยนมาใช้ Proton Mail อีเมลธุรกิจที่ปลอดภัยที่สุด
การเปลี่ยนมาใช้อีเมลที่ปลอดภัยไม่จำเป็นต้องก่อให้เกิดความไม่สะดวก ด้วย Proton Easy Switch การโอนย้ายอีเมล ปฏิทิน และผู้ติดต่อจะกลายเป็นเรื่องง่ายและปราศจากความเสี่ยง
เปลี่ยนจากบริการอีเมลใดก็ได้: Proton Easy Switch สามารถใช้งานร่วมกับ Gmail, Outlook, Yahoo และผู้ให้บริการอีเมล IMAP ทุกราย ข้อมูลทั้งหมดจะได้รับการนำเข้า ในขณะที่โฟลเดอร์และป้ายกำกับที่กำหนดเองจะถูกสร้างขึ้นใหม่ใน Proton Mail
ย้ายข้อมูลโดยไม่ขัดจังหวะการทำงาน: การย้ายข้อมูลจะดำเนินการในเบื้องหลัง ช่วยให้ทีมงานทำงานต่อไปได้ในระหว่างที่ทุกอย่างกำลังโอนย้ายไปยังกล่องขาเข้าที่ปลอดภัยใบใหม่
ใช้งานโดเมนที่กำหนดเองต่อไป: Proton Easy Switch ช่วยให้สามารถโอนย้ายข้อความไปยังโดเมนอีเมลที่กำหนดเองได้โดยตรง เพียงกำหนดค่าใน Proton Mail ก่อนเท่านั้น
เลือกข้อมูลที่ต้องการย้าย: ย้ายข้อมูลทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน Easy Switch ช่วยให้สามารถเลือกปริมาณข้อมูลที่ต้องการโอนย้ายได้
ได้รับความไว้วางใจจากกว่า 50,000 องค์กรทั่วโลก
30k+
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเทคโนโลยี
10k+
สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโต
15k+
องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
20k
องค์กรรัฐบาลของสหภาพยุโรป
จากทั้งหมดกว่า 80 แห่ง
+100 ล้าน
บัญชี
มั่นใจในบริการอีเมลที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับธุรกิจ
