ในปี 2013 Microsoft เริ่มให้บริการซอฟต์แวร์ฟรีแก่องค์กรไม่แสวงหากำไร ได้แก่ Word, Excel, OneDrive และชุดโปรแกรม Office 365 ทั้งหมด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึง Microsoft กำลังส่งเสริมการบริจาคเพื่อการกุศล

ตลอดทศวรรษถัดมา องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรได้พัฒนางานของตนโดยพึ่งพาข้อเสนอดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บประวัติผู้บริจาค ใบสมัครขอทุน และองค์ความรู้ขององค์กรที่สั่งสมมานานหลายปีไว้ในชุดโปรแกรม Microsoft

จากนั้น ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยที่ส่วนใหญ่ไม่ทันสังเกตเห็น การเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นก็เริ่มหายไป

รายงานล่าสุดจาก Slate(หน้าต่างใหม่) อ้างว่าการที่ Microsoft ยุติโครงการมอบสิทธิ์ใช้งานฟรีสำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ส่งผลให้องค์กรขนาดเล็กไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เก็บไว้หลายปีได้ โดยแทบไม่มีหรือไม่มีคำเตือนล่วงหน้าเลย

สิ่งที่แหล่งข่าวกล่าวอ้าง

Ronald Khosla ผู้บริหาร Canopy ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านสิ่งแวดล้อม ได้รับอีเมลในเดือนพฤษภาคม 2025 พร้อมคำเตือนว่าโครงการของ Microsoft สำหรับองค์กรจะถูกยกเลิก และใบอนุญาตจะหมดอายุในเดือนตุลาคมนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อต่ออายุในเดือนตุลาคม อีเมลยืนยันของ Microsoft ไม่ได้ระบุถึงการทยอยยกเลิกบริการ และแจ้งว่าจะยังคงเข้าถึงข้อมูลได้จนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2026 แต่เมื่อเข้าสู่ระบบในเดือนมิถุนายนปีถัดมา กลับพบว่าไฟล์ที่เก็บสะสมมานานหลายปีหายไปทั้งหมด ต่อมาตัวแทนของ Microsoft แจ้งทางโทรศัพท์ว่ามีองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรราว 171,000 แห่งที่สูญเสียข้อมูลใน OneDrive ในลักษณะเดียวกัน

แหล่งข่าวรายหนึ่งซึ่งบริหารองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านการดูแลสุขภาพเด็กระบุว่า ได้ค้นหาในที่เก็บถาวรของอีเมลขององค์กร รวมถึงโฟลเดอร์สแปมแล้ว แต่พบว่า “ไม่มีการแจ้งเตือนเลยแม้แต่น้อย” จาก Microsoft เกี่ยวกับการสิ้นสุดใบอนุญาต ผู้บริหารองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านบริการผู้พิการกล่าวกับ Slate ว่า จะต้องใช้เวลา “หลายร้อยชั่วโมง” เพื่อสร้างวิดีโอแนะนำและเอกสารที่สูญหายไปขึ้นมาใหม่ ขณะที่ Microsoft กล่าวกับ Slate ว่าตน “เริ่มแจ้งให้ลูกค้าที่เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทราบตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปี 2025”

ข้อร้องเรียนยังปรากฏบนแพลตฟอร์มของ Microsoft เองด้วยเช่นกัน

ข้อกล่าวอ้างเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในบทความเดียว ผู้ดูแลระบบขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต่างโพสต์ข้อร้องเรียนเดียวกันเกี่ยวกับการไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างกะทันหันหลังจากการเปลี่ยนแปลงใบอนุญาต บนเว็บบอร์ด Tech Community ของ Microsoft(หน้าต่างใหม่) เองในหลาย(หน้าต่างใหม่)เธรด(หน้าต่างใหม่)

Kevin Beaumont นักวิจัยด้านความปลอดภัยและอดีตนักวิเคราะห์อาวุโสด้านข้อมูลภัยคุกคามของ Microsoft ได้ชี้ให้เห็น(หน้าต่างใหม่)เพิ่มเติมว่า อีเมลการแจ้งเตือนของ Microsoft มักถูกมองข้าม เนื่องจากส่งไปยังบัญชีผู้ดูแลระบบที่ไม่ได้ตั้งค่าไว้ให้คอยตรวจสอบ ซึ่งมักจะตกไปอยู่ในโฟลเดอร์สแปม

สิทธิ์ใช้งานฟรีไม่ใช่แผนการสำรองข้อมูล

ไม่ว่าตัวเลขที่แท้จริงจะเป็นเท่าใด รูปแบบปัญหาที่กล่าวอ้างนี้ก็เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง นั่นคือ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรสร้างโครงสร้างพื้นฐานโดยพึ่งพาบริการระดับฟรีของผู้ให้บริการเพียงรายเดียว โดยไม่มีเส้นทางส่งออกข้อมูลที่สะดวกหรือการสำรองข้อมูลที่เป็นอิสระ

ข้อมูลจาก Slate ระบุว่า สำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีงบประมาณต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ) มูลค่าของซอฟต์แวร์ฟรีจาก Microsoft คิดเป็นประมาณ 30% ของค่าใช้จ่ายด้านไอทีทั้งหมด

เมื่อผู้ให้บริการรายนั้นเปลี่ยนทิศทาง ข้อมูลก็สูญหายตามไปด้วย สิทธิ์ใช้งานฟรีไม่ใช่หลักประกัน แต่เป็นการตัดสินใจด้านผลิตภัณฑ์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยมีข้อมูลขององค์กรเป็นเดิมพัน

ปัญหาการพึ่งพาบริการภายนอกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเท่านั้น เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของยุโรปมากกว่า 74% พึ่งพาเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เช่น Microsoft และ Google

ข้อเสนอพิเศษจาก Proton สำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับผลกระทบ

องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกบริการของ Microsoft สามารถใช้งาน Proton Drive ได้ฟรีในปีแรก สูงสุด 20 ผู้ใช้ จากนั้นจึงเปลี่ยนไปใช้ราคาสำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในปีถัดไป

ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดของ Proton รวมถึงชุดโปรแกรม Workspace ทั้งหมดที่ครอบคลุม Mail, Drive, Docs, VPN, Pass และ Calendar ยังมีให้บริการในอัตราส่วนลดสำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้วยเช่นกัน

ข้อเสนอทั้งสองรายการสามารถติดต่อผ่านทีมฝ่ายขายของ Proton และองค์กรที่สมัครจะต้องแสดงหลักฐานยืนยันคุณสมบัติว่าเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและได้รับผลกระทบจากการสูญหายของข้อมูล Microsoft