ปัญญาประดิษฐ์ (AI) > การสอดส่องและรวบรวมข้อมูลด้วย AI
ทำความเข้าใจระบบสอดส่องและรวบรวมข้อมูลด้วย AI
การสอดส่องและรวบรวมข้อมูลด้วย AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเครื่องมือที่ตั้งใจใช้งานเท่านั้น แต่เกิดขึ้นผ่านโฆษณา โซเชียลมีเดีย เครื่องมือที่ใช้ในที่ทำงาน หรือแม้แต่ในพื้นที่สาธารณะ เจาะลึกระบบสอดส่องและรวบรวมข้อมูลด้วย AI — และผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว

นิยามของการสอดส่องและรวบรวมข้อมูลด้วย AI
การสอดส่องด้วย AI หมายถึงการใช้ AI เพื่อเฝ้าดูผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับใบหน้าในฝูงชน การตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติในพื้นที่สาธารณะ หรือการตรวจสอบการทำงานของพนักงานในที่ทำงาน โดยปกติแล้วมีเป้าหมายเพื่อการสังเกตการณ์ การระบุตัวตน หรือการควบคุมในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
การรวบรวมข้อมูลด้วย AI เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้การสอดส่องไม่เพียงแต่เป็นไปได้ แต่ยังมีประสิทธิภาพสูงมากอีกด้วย ข้อมูลที่รวบรวมได้จากแอป อุปกรณ์ บริการ และแพลตฟอร์มต่างๆ จะถูกนำไปใช้เพื่อสร้างโปรไฟล์บุคคล ซึ่งรวมถึงนิสัย ความชอบ และพฤติกรรมต่างๆ การรวบรวมข้อมูลไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเวลาที่กำลังเฝ้าดูแบบเรียลไทม์เท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นเงียบๆ อยู่เบื้องหลังได้ด้วย และในขณะที่ข้อมูลนี้ช่วยขับเคลื่อนระบบสอดส่อง ก็ยังสามารถใช้ประโยชน์เพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้เช่นกัน รวมถึงการฝึกฝนโมเดล AI และการกำหนดเป้าหมายโฆษณา
| ตัวอย่างการสอดส่องด้วย AI | ตัวอย่างการรวบรวมข้อมูลด้วย AI |
|---|---|
| กล้องจดจำใบหน้าในห้างสรรพสินค้าและสนามบิน | บทสนทนาที่บันทึกไว้ในแชตบอต |
| การตรวจสอบการกดแป้นพิมพ์และกิจกรรมบนหน้าจอในที่ทำงาน | แอปติดตามตำแหน่งการใช้งานอยู่เบื้องหลัง |
| อุปกรณ์อัจฉริยะที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวหรือเสียงได้ | เว็บไซต์บันทึกการคลิกและพฤติกรรมการท่องเว็บ |
การสอดส่องและรวบรวมข้อมูล — อดีตและปัจจุบัน
ก่อนที่จะมี AI การสอดส่องขนาดใหญ่ยังคงต้องใช้มนุษย์คอยเฝ้าดูหน้าจอด้วยตนเอง ค้นหาผ่านบันทึกข้อมูล หรือเปรียบเทียบชุดข้อมูลระหว่างกัน AI ได้เปลี่ยนระบบนั้นโดยช่วยให้สแกนภาพ ถอดเสียงบทสนทนา ตรวจจับรูปแบบพฤติกรรม และรวมแหล่งข้อมูลที่แตกต่างกันเข้าเป็นโปรไฟล์เดียวได้อย่างรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายยิ่งขึ้น
ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ได้มีเพียงแค่การรวบรวมข้อมูลที่มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดการอนุมานข้อมูลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและการสูญเสียความเป็นส่วนตัวอีกด้วย แม้ว่าจะไม่เคยแชร์ความสนใจ นิสัย หรือความเชื่ออย่างชัดเจน แต่ AI ก็สามารถสรุปข้อมูลเหล่านั้นได้จากประวัติตำแหน่งที่ตั้ง รูปแบบการท่องเว็บ และพฤติกรรมทางสังคม นั่นคือสิ่งที่ทำให้การสอดส่องและรวบรวมข้อมูลด้วย AI มีประสิทธิภาพและเป็นอันตรายมากกว่าการติดตามข้อมูลแบบทั่วไปเพียงอย่างเดียว
การสอดส่องด้วย AI เพื่อการควบคุม
เมื่อถูกนำมาใช้เพื่อการควบคุม AI จะเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะ ถนน ที่ทำงาน และแพลตฟอร์มโซเชียลให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่การสอดส่องมวลชนกลายเป็นเรื่องง่ายและกลายเป็นกิจวัตรปกติ
การเฝ้าติดตามในพื้นที่สาธารณะ
ในเมืองต่างๆ ทั่วโลก การสอดส่องด้วย AI จะมาในรูปแบบของเทคโนโลยี จดจำใบหน้า กล้อง CCTV อัจฉริยะ ระบบวิเคราะห์ฝูงชน และเครื่องอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ ระบบเหล่านี้สามารถระบุตัวบุคคล ติดตามการเคลื่อนไหว และตรวจจับความผิดปกติได้แบบเรียลไทม์
ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติคือการทำลายล้างความไม่เปิดเผยตัวตนในการใช้ชีวิตในที่สาธารณะ เทคโนโลยีที่จับคู่ใบหน้า ยานพาหนะ หรืออุปกรณ์ข้ามสถานที่ต่างๆ สามารถบันทึกและจำลองการเคลื่อนไหวทั่วไปขึ้นมาใหม่ได้ แม้ว่าบุคคลนั้นจะไม่ได้ทำอะไรผิดก็ตาม
การใช้งานในการบังคับใช้กฎหมายและการเฝ้าติดตามพลเมือง
ตำรวจและหน่วยงานพลเมืองหันมาเชื่อมโยงฟีดภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกป้ายทะเบียนรถ ฐานข้อมูลสาธารณะ และกิจกรรมบนโซเชียลมีเดียเข้าเป็นระบบสืบสวนสอบสวนแบบรวมศูนย์มากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้น AI จะสแกนฟุตเทจและโพสต์จำนวนมหาศาลเพื่อระบุรูปแบบพฤติกรรม ชี้ตัวบุคคล หรือหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่ากังวลเป็นพิเศษคือวิธีที่ฟุตเทจและข้อมูลเหล่านี้สามารถถูกนำไปใช้เพื่อละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว ตัวอย่างเช่น การเข้าร่วมประท้วง เครือข่ายทางสังคม หรือการเคลื่อนไหวในแต่ละวันสามารถกลายเป็นจุดข้อมูล ซึ่งอาจทำให้ผู้คนต้องเซ็นเซอร์ตัวเองหรือหลีกเลี่ยงการรวมตัวในที่สาธารณะเนื่องจากกลัวว่าจะถูกเฝ้าดู
ในที่ทำงาน
การตรวจสอบในที่ทำงานยุคใหม่ได้พัฒนาจากการบันทึกเวลาทำงานแบบง่ายๆ ไปสู่การวิเคราะห์พฤติกรรมอย่างลึกซึ้ง ปัจจุบันระบบจะบันทึกการกดแป้นพิมพ์ ติดตามการเคลื่อนไหวของเมาส์ ตรวจสอบกิจกรรมบนหน้าจอ และใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ความรู้สึกในการสื่อสาร ตัวอย่างหนึ่งคือ แผนการของ Meta ในการเก็บข้อมูลกิจกรรมของพนักงาน เช่น การคลิกและการกดแป้นพิมพ์เพื่อนำไปฝึกฝน AI ขณะที่มีรายงานว่า Walmart และ Starbucks ใช้เครื่องมือ AI เพื่อ ตรวจสอบการสื่อสารของพนักงาน(หน้าต่างใหม่)
แม้ว่าผู้ว่าจ้างมักจะอ้างว่าเครื่องมือเหล่านี้ใช้เพื่อวัดประสิทธิภาพการทำงาน แต่การตรวจสอบพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวอย่างรุนแรง และในบางเขตอำนาจศาล การกระทำนี้ถือว่าล้ำเส้นทางกฎหมาย การใช้ระบบติดตามประสิทธิภาพการทำงานบางระบบเป็นการละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัวของสหภาพยุโรป และถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศต่างๆ เช่น อิตาลี
บนแพลตฟอร์มโซเชียล
โซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่มีข้อมูลการสอดส่องหนาแน่นที่สุด โดยเป็นจุดบรรจบของข้อมูลระบุตัวตน ความสัมพันธ์ การสื่อสาร และพฤติกรรม AI จะวิเคราะห์โพสต์ รูปภาพ การกดถูกใจ และโครงสร้างเครือข่ายเพื่ออนุมานทุกอย่างตั้งแต่ความสนใจไปจนถึงการเชื่อมโยงทางสังคม เนื่องจากอัลกอริทึมเหล่านี้ทำงานอยู่เบื้องหลังระบบแนะนำเนื้อหาและเครื่องมือดูแลความเรียบร้อย ผู้ใช้จึงมักไม่ทราบถึงระดับของการอนุมานข้อมูลที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมทั่วไปในแต่ละวัน
ทุนนิยมสอดแนมและการจัดทำโปรไฟล์ด้วย AI
ทุนนิยมสอดแนมคือโมเดลธุรกิจที่รวบรวมทุกกิจกรรมที่ทำทางออนไลน์ เพื่อเปลี่ยนข้อมูลนั้นให้เป็นผลกำไร AI ช่วยตอกย้ำสิ่งนี้โดยทำให้การรวมข้อมูลจากแอป เว็บไซต์ แพลตฟอร์ม และนายหน้าค้าข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น เพื่อสร้างโปรไฟล์พฤติกรรมที่มีรายละเอียดสูงสำหรับนำไปใช้กำหนดทิศทางการแนะนำและแสดงโฆษณาที่ตรงเป้าหมาย
ทุนนิยมสอดแนมขับเคลื่อนด้วยผลกำไร ซึ่งแตกต่างจากการสอดแนมโดยรัฐ (ที่มักเชื่อมโยงกับการควบคุม การบังคับใช้กฎหมาย หรือความมั่นคง) เป้าหมายคือการทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้ให้ดีพอที่จะโน้มน้าวสิ่งที่ผู้ใช้เห็น ทำ และซื้อ
บนโทรศัพท์และแอป
อุปกรณ์เคลื่อนที่เปิดเผยข้อมูลได้อย่างเฉพาะเจาะจงเนื่องจากปริมาณข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมหาศาลที่จัดเก็บไว้ในเครื่อง แอปต่าง ๆ มักจะรวบรวม ID โฆษณา ข้อมูลตำแหน่งที่แม่นยำ ที่อยู่ IP และข้อมูลการใช้งานทางไกล โดยที่ผู้ใช้มักไม่รู้ตัว เมื่อเวลาผ่านไป ข้อมูลนั้นสามารถเปิดเผยได้ว่าอาศัย ทำงาน ช็อปปิ้ง เข้ารับการรักษาพยาบาล และประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ใด
ในทุกเว็บไซต์และเครือข่ายเทคโนโลยีโฆษณา
ทุกครั้งที่เข้าชมเว็บไซต์ พิกเซลและคุกกี้จะบันทึกกิจกรรมอย่างเงียบ ๆ รวมถึงระยะเวลาที่เข้าชมและเว็บไซต์ถัดไปที่ไปเยือน ข้อมูลนั้นจะถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายของบริษัทเทคโนโลยีโฆษณา ซึ่งแต่ละแห่งจะเพิ่มรายละเอียดเพิ่มเติมให้กับโปรไฟล์พฤติกรรม เมื่อโฆษณาปรากฏบนหน้าจอ ข้อมูลอาจเดินทางผ่านบริษัทหลายสิบแห่งที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเรียบร้อยแล้ว
แต่นอกเหนือจากการขายสินค้าแล้ว โครงสร้างพื้นฐานเดียวกันนี้ยังสามารถสนับสนุนการสอดแนมในระดับรัฐได้อีกด้วย หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ซื้อ ข้อมูลตำแหน่งจากนายหน้าโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต เช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบติดตามเชิงพาณิชย์สามารถนำไปปรับใช้เพื่อการบังคับใช้กฎหมายและการสืบสวนได้อย่างไร
ผ่านนายหน้าค้าข้อมูล
นายหน้าค้าข้อมูล จะสร้างโปรไฟล์โดยละเอียดเกี่ยวกับบุคคลผ่านแหล่งข้อมูลมากมาย รวมถึงโซเชียลมีเดีย ตำแหน่ง และกิจกรรมออนไลน์ จากนั้นจึงขายข้อมูลนั้นให้แก่บุคคลที่สาม ซึ่งมักไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าว บรรษัทเหล่านี้ดำเนินงานโดยส่วนใหญ่แบบไม่เปิดเผยตัวตน แต่การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเมื่อไม่นานมานี้เผยให้เห็นว่าปัญหานี้แพร่หลายเพียงใด ในเดือนมกราคม 2025 FTC สั่งห้าม Mobilewalla(หน้าต่างใหม่) ขายข้อมูลตำแหน่งที่ละเอียดอ่อน หลังจากพบว่ามีการเก็บรวบรวมและขายข้อมูลของผู้คนหลายล้านคนอย่างผิดกฎหมายโดยที่เจ้าตัวไม่ทราบเรื่อง
ในเครื่องมือและผู้ช่วย AI
แพลตฟอร์ม AI เองก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจนี้ พรอมต์ ไฟล์ที่อัปโหลด ประวัติบทสนทนา และข้อมูลเมตาทางเทคนิคอาจถูกจัดเก็บ ตรวจสอบ หรือใช้เพื่อฝึกโมเดล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใช้ เนื่องจากผู้คนหันมาใช้ AI ในการทำงาน วางแผน และทำงานที่ละเอียดอ่อนมากขึ้น บทสนทนาทั้งหมดจึงสามารถถูกรวบรวม ตรวจสอบ และนำไปสร้างรายได้ได้
AI รวบรวมข้อมูลมากแค่ไหน?
ขอบเขตของการรวบรวมข้อมูลของ AI นั้นมีจำนวนมหาศาลและกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่น โมเดล GPT-3 ของ OpenAI ได้รับการฝึกฝนจากโทเค็นข้อความประมาณ 3 แสนล้านโทเค็น ในขณะที่โมเดลรุ่นใหม่กว่านั้นคาดว่าจะใช้โทเค็นเป็นจำนวนหลายล้านล้านโทเค็น การรวบรวมข้อมูลของ AI สามารถครอบคลุมได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ เช่น ใบหน้า เสียง และลายนิ้วมือ ไปจนถึงพฤติกรรมการท่องเว็บ ความเชื่อ และรูปแบบพฤติกรรม
หากใช้งานแพลตฟอร์ม AI ปริมาณและประเภทของข้อมูลที่รวบรวมจะขึ้นอยู่กับแผนและการใช้งาน ข้อมูลต่อไปนี้คือประเภทของข้อมูลที่รวบรวมโดยเครื่องมือ AI ยอดนิยม ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเครื่องมือเหล่านั้น
| แพลตฟอร์ม | ประเภทของข้อมูลที่รวบรวม |
|---|---|
| ChatGPT | พรอมต์ เนื้อหาที่อัปโหลด ข้อมูลบัญชี ข้อมูลการใช้งาน และข้อมูลทางเทคนิค |
| Gemini | ข้อความ เสียง ไฟล์ ภาพถ่าย ข้อเสนอแนะ ข้อมูลอุปกรณ์ และบริบทของบริการที่เชื่อมต่อ |
| Claude | บทสนทนา ไฟล์ ข้อเสนอแนะ รายละเอียดบัญชี และข้อมูลทางเทคนิค |
| Grok | พรอมต์ ข้อมูลที่ผสานรวมกับ X (รวมถึงโพสต์และการโต้ตอบใน X) ตำแหน่ง และข้อมูลทางเทคนิค |
| Meta AI | พรอมต์ บทสนทนา ข้อมูลบัญชีและโปรไฟล์ และพฤติกรรมข้ามแอปจาก Facebook, Instagram, Messenger, WhatsApp |
| Copilot | พรอมต์ บทสนทนา การโต้ตอบ ไฟล์ การตั้งค่าส่วนบุคคล การป้อนข้อมูลด้วยเสียง และข้อมูลการใช้งาน |
วิธีลดการสอดแนมและการเก็บรวบรวมข้อมูลของ AI
แม้ว่าจะไม่สามารถกำจัดการตรวจสอบได้ทุกรูปแบบ แต่สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อลดปริมาณข้อมูลที่ถูกรวบรวมได้:
- หลีกเลี่ยงการป้อนข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ข้อมูลทางการเงิน กฎหมาย การแพทย์ หรือข้อมูลการทำงานลงในแพลตฟอร์ม AI หรือการทำให้ข้อมูลเหล่านั้นพร้อมใช้งานต่อสาธารณะ
- หากใช้งานเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ AI ควรตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวและการตั้งค่าเริ่มต้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน
- จำกัดการอนุญาตของแอปและเบราว์เซอร์ โดยเฉพาะตำแหน่ง ไมโครโฟน กล้อง รูปภาพ และรายชื่อผู้ติดต่อ
- ระมัดระวังกับการเชื่อมต่อบัญชี เนื่องจากอีเมล ปฏิทิน ไฟล์คลาวด์ และการผสานการทำงานกับระบบส่งข้อความสามารถเพิ่มขอบเขตที่เครื่องมือ AI เข้าถึงได้
- เลือกเครื่องมือ AI ที่ไม่มีการตรวจสอบ บันทึก หรือใช้แชทเพื่อฝึกฝนโมเดลเป็นค่าเริ่มต้น
เปลี่ยนมาใช้ผู้ช่วย AI ที่เป็นส่วนตัว
Lumo ได้รับการออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการผู้ช่วย AI ที่เชื่อถือได้ Lumo ไม่เคยใช้การสนทนาเพื่อฝึกฝนโมเดลและไม่มีการเก็บรักษาบันทึกใดๆ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลมีความเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์ แม้แต่ Proton ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LLM และความปลอดภัยของ AI
- การรวบรวมข้อมูลของ AI ถูกนำไปใช้ฝึกฝนโมเดลเสมอไปหรือไม่?
- สามารถหยุดไม่ให้บริษัทต่าง ๆ นำข้อมูลไปใช้ในการฝึกฝน AI ได้หรือไม่?
- มีเครื่องมือ AI ที่ไม่เก็บข้อมูลบ้างหรือไม่?

